เนชั่นทีวี

ข่าว

ก.เกษตรฯ ขอ 8 พันล้าน ล้างหนี้เกษตรกร

13 ส.ค. 2558 | lastman

ก.เกษตรฯ ขอ 8 พันล้าน ล้างหนี้เกษตรกร

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมของบกลางเคลียร์หนี้กว่า 8 พันล้านบาท เผยเกษตรกรได้รับอานิสงส์กว่า 5.64 หมื่นราย ชงเข้าบอร์ดกองทุนหมุนเวียนฯ 13 ส.ค.นี้

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องหนี้สิน และได้สั่งให้ทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยสำรวจมูลหนี้ พบว่าเกษตรกรไทยมีหนี้สิน 1.63 ล้านราย มูลค่าหนี้ประมาณ 3.88 แสนล้านบาท เฉลี่ย 2.37 แสนบาทต่อรายนั้น

ล่าสุด ผอ.สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ ร.ต.สมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ บอกว่าปัจจุบันหนี้สินของเกษตรกรตามที่มีการรวบรวม แบ่งเป็น1.หนี้นอกระบบสถาบันการเงิน 1.49 แสนราย มูลค่าหนี้ 2.15 หมื่นล้านบาท มีการจัดการแก้หนี้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วนอยู่ในขั้นตอนการบังคับคดี 9.29 หมื่นราย มูลหนี้ 1.33 หมื่นล้านบาท ที่ส่งเรื่องให้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมาย

ส่วนกลุ่มหนี้ไม่จำเป็นเร่งด่วน จำนวน 5.64 หมื่นราย มูลหนี้ 8.16 พันล้านบาท เป็นหน้าที่ของ กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมเกษตรกรและผู้ยากจน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนสงเคราะห์ที่กระทรวงเกษตรจะต้องรับไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ สำหรับกลุ่มลูกหนี้ในระบบ 1.48 ล้านราย มูลหนี้ 3.66 แสนล้านบาท ให้กระทรวงการคลังดูแลและช่วยเหลือ

ปัจจุบันเงินกองทุนหมุนเวียนฯ มีเงินอยู่ประมาณ 500 ล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะจัดการหนี้ที่ได้รับมอบหมายกว่า 8 พันล้านบาท จำเป็นที่จะต้องเข้าบอร์ดคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน (กชก.) ในวันที่ 13 สิงหาคม นี้เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติใช้งบกลางในการซื้อหนี้

ผอ.สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ย้ำว่า หากเกษตรกรทราบแล้วว่าตัวเองมีรายชื่ออยู่ในโครงการดังกล่าวให้มาแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอใน 77 จังหวัดเพื่อขอใช้สิทธิ์ได้เลย ส่วนจำนวนเกษตรกรที่ทางสำนักงานได้รับผิดชอบ 5.64 หมื่นรายนั้น จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบ 9 ขั้นตอน

ทั้งนี้เมื่อผู้กู้ยืมได้รับอนุมัติเงินจากกองทุนหมุนเวียนฯ ผู้กู้ยืมจะต้องนำที่ดินที่ไถ่ถอนหรือซื้อคืนมาจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกันหนี้ไว้กับกองทุน และผู้กู้ยืมจะอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้โดยต้องชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย 5% ต่อปี ภายใน 20 ปี และหากมีการชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามงวดระยะเวลาที่กำหนดจะได้สิทธิพิเศษสูงสุดโดยไม่ผิดนัดเลยเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน จะเหลืออัตราดอกเบี้ยเพียง 2% ต่อปีตลอดไปจนชำระหนี้ครบตามสัญญากู้ยืมเงิน

ข่าวล่าสุด