เนชั่นทีวี

ข่าว

นิสิตรุ่นพี่จูงรุ่นน้องลงแขกดำนา "ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ"

11 ส.ค. 2558 | lastman

นิสิตรุ่นพี่จูงรุ่นน้องลงแขกดำนา "ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ"

นิสิตรุ่นพี่จูงมือรุนน้อง อาจารย์ บุคลากร ชาวบ้าน ร่วมสร้างสีสันเฮฮา พร้อมการเรียนรู้สืบสานประเพณีลงแขกดำนา ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อสืบทอดวิถีชาวนาดั้งเดิม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ





ที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (โครงการฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคาม) ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำอาจารย์ นิสิต บุคลากร และชาวบ้านชุมชนรอบมหาวิทยาลัย กว่า 300 คน ร่วมกิจกรรมลงแขกปักดำนา ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558



โดยมีนิสิตร่วมกันแต่งหน้าตา และแต่งกายตลกขบขัน เน้นความเฮอา ออกมาฟ้อนรำในชุด สาวสารคามลำเพลินสร้างสีสันก่อนร่วมกิจกรรมลงแขกดำนา เพื่อคลายความตรึงเครียดและลดความเหน็ดเหนื่อยท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยมีควายเขายาวที่สุดในประเทศไทย วัดความยาวได้ 317 เซนติเมตร ชื่อ ใหญ่ อายุ 28 ปี ควายเผือกแคระ อีก 3 ตัว ชื่อ นาตารี อายุ 10 ปี,หมูปิ้ง อายุ 8 เดือน และ ข้าวเหนียว เป็นควายเผือกแคระ เพศผู้อายุ 4 ปีครึ่ง มาช่วยสร้างจุดสนใจดึงดูดผู้คนให้เข้ามาร่วมกิจกรรม และชื่นชมสุดยอดควายที่หาชมยาก



กิจกรรมสำคัญภายในงาน นอกจากจะเน้นความสนุกสนานแล้ว ยังให้ความรู้ สร้างสำนึกสืบสานวิถีชาวนาไทย ด้วยการสาธิตการไถนาด้วยควายไทย ซึ่งหาชมได้ยากและอาจเลือนหายจากสังคมชาวนาไทยไปแล้วตามยุคสมัย นอกจากนี้ยังให้นิสิต อาจารย์ บุคลากร และชาวบ้าน เรียนรู้การลงแขกดำนาจากประสบการณ์ตรง โดยช่วยกันดำนาบนพื้นที่ 5 ไร่ ใช้พันธุ์ข้าว ซึ่งจะมีเวลาการเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเวลาประมาณ 120 วัน ตรงกับช่วงวันพ่อพอดี



อาจารย์ อารีรัตน์ รักษาศิลป์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า กิจกรรม ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดขึ้น เพื่อเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ถวายเป็นราชสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รักษาและอนุรักษ์ประเพณีการลงแขกปักดำนา ซึ่งเป็นรากฐานของคนไทย แต่น่าจะเลือนหายจากสังคมชาวนาไทยไปแล้ว ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร มีอาจารย์ บุคลากร นิสิต และนักเรียน มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้สืบสานประเพณีลงแขกดำนาร่วมกัน โดยได้กำหนดให้การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวตรงกับกิจกรรม ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ เป็นประจำทุกปี



เหตุที่เลือกใช้การปักดำนาแบบดั้งเดิม เพราะเป็นภูมิปัญญาวิถีชีวิตชาวนาอีสาน ในอดีตเมื่อถึงฤดูการทำนา ชาวนาจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนช่วยเหลือจุนเจือกัน ช่วยกันทำนาโดยไม่มีค่าจ้างแรงงาน แต่ปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจในระบบทุนนิยมสมัยใหม่ ทำให้แรงงานในนาขาดแคลนอย่างหนัก หลายครอบครัวจึงมีการจ้างแรงงานจากที่อื่นมาช่วย ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ประเพณีที่ดีงามดังกล่าวจึงใกล้จะสูญหายไปจากสังคมในชนบท มหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงได้จัดกิจกรรมนี้เพื่อสืบสานประเพณีการลงแขกดำนาให้คงอยู่สืบไป



นส.พัชราพร แชนิส นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ บอกว่า เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้มาปักดำต้นกล้าลงในแปลงนา ในบรรยากาศการลงแขกดำนาร่วมกับเพื่อน อาจารย์ และชาวบ้าน ถือเป็นบรรยากาศที่ แต่รู้สึกประทับใจกับความสนุกสนาน ความสามัคคี และรู้ซึ้งถึงความเหน็ดเหนื่อยของชาวนา ที่กว่าจะผลิตข้าวมาให้เรารับประทานนั้นต้องใช้ความอดทนสูง



ทางด้านนายสราวุธ เสร็จกิจ เจ้าของกระบือ จาก SK ฟาร์มเชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ซึ่งพาสุดยอดควายเขายาวที่สุดในประเทศไทยที่ยังมีชีวิตอยู่ และควายเผือกแคระ รวม 4 ตัว มาโชว์ตัวในงาน บอกว่า ต้องการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกของชาวนา เพราะส่วนตัวก็มีอาชีพทำนาด้วย มีความชื่นชอบควายไทย เลี้ยงไว้เพราะต้องการอนุรักษ์ เนื่องจากยังนึกถึงวิถีดั้งเดิมของชาวนาไทย แต่สังคมปัจจุบันต้องการความรวดเร็ว จึงหันมาใช้เครื่องจักรแทนควาย ใช้ปุ๋ยเคมีแทนปุ๋ยอินทรีย์หรือมูลสัตว์ ในที่สุดก็ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และดินเสื่อมโทรม หากกลับมาใช้ควายไถนาก็จะช่วยลดต้นทุนได้ทันที มีปุ๋ยมูลสัตว์ไว้ใช้ และฟื้นฟูสภาพดินให้ดีขึ้นได้

ข่าวล่าสุด