เครือข่ายภาคประชาชนด้านส่งเสริมสุขภาวะหลายร้อยองค์กร 800 องค์กร จะเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่ห้ามและยกเลิกกฎหมายจัดเก็บและจัดสรรภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ(earmarked tax) ซึ่งเสนอเป็นบทเฉพาะให้หน่วยงานที่มีกฎหมายอยู่แล้วให้บังคับใช้ต่อไปได้อีกไม่เกินสี่ปี
เครือข่ายองค์กรสุขภาพ จึงคัดค้านการการร่าง ม.190 เพราะ ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (earmarked or dedicated tax) เป็นวิธีการหรือเครื่องมือทางงบประมาณที่ประเทศต่างๆในโลกใช้ในการจัดสรรภาษีหรือรายได้ในสัดส่วนจำกัด ไปยังภารกิจหรือเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ในทางทฤษฎีและประสบการณ์ของประเทศต่างๆ เครื่องมือทางงบประมาณนี้สร้างทางเลือกที่เป็นประโยชน์มากมาย แต่การที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างถาวรว่า ประเทศไทยจะใช้เครื่องมืองบประมาณชนิดนี้ไม่ได้เลย
นอกจากนี้ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในประเทศไทยที่ผ่านมา มีการใช้หลักกับ พ.ร.บ. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และ พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มีวงเงินจากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุรา ที่เรียกเก็บเพิ่มจากภาษีที่เข้าคลังตามปกติ คิดรวมกันเพียงประมาณร้อยละ 0.3 - 0.4 ของงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น จึงไม่กระทบต่อการเก็บภาษีเข้าระบบงบประมาณของรัฐ
การยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่และห้ามไม่ให้มีอีกในอนาคต โดยไม่ระบุเหตุผล หรือจะให้เหตุผลเกี่ยวกับการไม่เพียงพอของงบประมาณปกติ จึงไม่สมเหตุสมผล