ล่ารายชื่ออนุรักษ์"นกแต้วแล้วท้องดำ"

นักอนุรักษ์นกล่ารายชื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Change.org จี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดำ ที่กำลังสูญพันธุ์
ข่าว
กลุ่มนักอนุรักษ์ออกมาเคลื่อนไหว ด้วยการเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อผ่านสังคมออนไลน์ของเว็บไซต์เพื่อการรณรงค์ Change.org เสนอต่อพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งหาแนวทางอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดำ หลังจากไม่พบนกชนิดนี้ มาตั้งแต่ปี 2556 จนมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะพื้นที่ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จ. กระบี่ ถูกบุกรุกทําลาย จากการทำสวนปาล์มน้ำมัน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตสระมรกต
ข้อความในแคมเปญนี้ ระบุว่า นกแต้วแล้วท้องดําสัตว์ป่าสงวนอันล้ำค่าที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องตามมาดูถึงป่าเมืองไทยกําลังถึงจุดวิกฤตที่สุด เพราะนกลดจํานวนลงอย่างรวดเร็ว จนถึงวันนี้เราสํารวจไม่พบนกเลยแม้แต่ตัวเดียว หากรัฐไม่เร่งแก้ไขโดยด่วน ประเทศไทยคงต้องสูญเสียมรดกทางธรรมชาติชนิดนี้ไปตลอดกาล เช่นเดียวกับเนื้อสมัน กระซู่ หรือกูปรี
พร้อมเสนอ 6 ข้อเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งดําเนินการตามกฎหมายทุกวิถีทาง เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ของนกแต้วแล้วท้องดําไว้ มิให้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย ดังนี้1. เร่งเรียกคืนผืนป่าที่ราบต่ำในเขตอนุรักษ์เขานอจู้จี้ที่เคยถูกบุกรุกให้กลับมาเป็นของรัฐ ดําเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการพิสูจน์สิทธิการครอบครองพื้นที่ป่า หรือการจ่ายชดเชยอาสินอย่างเป็นธรรม เพื่อเชื่อมหย่อมป่าที่กระจัดกระจายให้กลับติดเป็นผืนแผ่นเดียวกัน 2. ผนวกรวมป่าที่ราบต่ำในเขตป่าสงวนแห่งชาติเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม เพื่อยกระดับการปกป้องดูแลป่าและขยายถิ่นที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์ให้สัตว์ป่า 3. ดูแลพื้นที่ทุกตารางนิ้วของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามและเขตป่าอนุรักษ์ให้ปลอดภัยจากการบุกรุกทําลายป่า-ล่าสัตว์ โดยกระทรวงฯ ต้องกําหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจน จริงจัง มีประสิทธิภาพ สนับสนุนทุน กําลังคนและอุปกรณ์ เสริมสร้างหน่วยพิทักษ์ป่าให้แข็งแกร่ง เพียงพอที่จะดูแลผืนป่าอย่างยั่งยืน 4. ตรวจสอบแนวเขตและประกาศพื้นที่เขตอนุรักษ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเพื่อประสิทธิภาพในการดูแลผืนป่าร่วมกัน ยุติความสับสนในการดําเนินงานระหว่างกรม กอง และกระทรวง มิให้ซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน โดยเฉพาะการอนุรักษ์ป่าและการจัดสรรที่ทํากิน 5. จัดการการท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯให้เหมาะสมและเข้มงวดโดยยึดเจตนารมณ์ของการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และนํารายได้ที่จัดเก็บจากการท่องเที่ยวกลับมาบํารุงงานอนุรักษ์ในพื้นที่ เช่น ส่งเสริมหน่วยลาดตระเวน จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่องานพิทักษ์ป่า สนับสนุนงานวิจัย และสร้างศูนย์ศึกษาเรียนรู้เพื่อความเข้าใจคุณค่าของระบบนิเวศน์ป่าที่ราบต่ำ 6. ริเริ่มความร่วมมือในการอนุรักษ์สายพันธุ์นกแต้วแล้วท้องดําร่วมกับกรมป่าไม้ของรัฐบาลพม่า ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดําที่สําคัญที่สุดในปัจจุบัน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูจํานวนประชากรนกให้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง พ้นจากการสูญพันธุ์ และให้อยู่อาศัยตามธรรมชาติอย่างปลอดภัยในพื้นที่ป่าของไทย
รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมผนวกรวมผืนป่าอีก 900 ไร่ และมีแผนปิดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ในช่วงฤดูทำรัง วางไข่ของนก 4 เดือน
แคมเปญรณรงค์เข้าชื่อ
"วิกฤตแต้วแล้วท้องดํา กระทรวงทรัพย์ฯ ต้องรับผิดชอบ! เรียกคืน-ขยายผืนป่า ฟื้นฟูประชากรนก ก่อนสูญพันธุ์ถาวร"https://www.change.org