"สมหมาย" โอดเป็นรมว.คลังสร้างศัตรูมากกว่ามิตร
22 ก.ค. 2558 | lastman

"สมหมาย" โอด เป็น "รมว.คลัง" สร้างศัตรูมากกว่ามิตร ยืนยันยังมีกำลังใจในการทำงาน แม้มีคนอยากให้ออก พร้อมเดินหน้าผลักดันจีดีพีปีนี้ให้โต 3%
ข่าว
22 ก.ค. 2558 | lastman

"สมหมาย" โอด เป็น "รมว.คลัง" สร้างศัตรูมากกว่ามิตร ยืนยันยังมีกำลังใจในการทำงาน แม้มีคนอยากให้ออก พร้อมเดินหน้าผลักดันจีดีพีปีนี้ให้โต 3%
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่มีการจะปรับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจยกชุดนั้น ระบุว่า มันมีคนอยากให้ตนเองออกอยู่แล้ว ซึ่งในฐานะที่ตนทำงานมานานในตำแหน่งรมว.คลังย่อมสร้างศัตรูมากกว่ามิตรเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในปัจจุบันยังมีกำลังใจในการทำงาน เนื่องจากมีคนกล่าวชมในเรื่องของการเดินหน้าเรื่องภาษีในหลายๆด้าน นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำจากหลายท่านที่ว่าให้ดำเนินงานต่ออย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องดังกล่าวได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ที่ผ่านมา ผมนั่งมองหน้าท่านใกล้ว่าพวกบรรดานักข่าวด้วย แต่อย่างไรก็ตามต้องเป็นเรื่องของท่านที่จะมีการพิจารณาอย่างไร
ความรู้สึกมันก็มีอะไรแปลกๆ แต่ผมไม่ได้เอาเวลามาคิดมาก ว่าควรจะหาใครมาแทนที่ผม เพราะผมทำงานไม่มีชะงักงัน ส่วนเรื่องม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีที่มีข่าวออกมานั้น ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องของท่านเอง รมว.คลัง กล่าว
นายสมหมาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนดำเนินงานอย่างเต็มที่ และรู้ว่าประชาชน พี่น้องเกษตรมีความยากลำบาก ก็พยายามที่จะดำเนินการในการแก้ไขต่างๆ เช่น การจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวให้ชาวนาได้อย่างครบถ้วน การแก้ไขปัญหาในเรื่องของราคาสินค้าเกษตร ซึ่งปีนี้ก็พยายามให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ในปีนี้ไปได้ถึง 3% ซึ่งหลายหน่วยงานมองว่าต่ำกว่า 3% อยู่เพราะมีปัญหาในเรื่องของภัยแล้งรุนแรง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกก็ชะลอตัวลงด้วย
นอกจากนี้ ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้งตนนั่งเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศนั้น ได้มีการประสานงานในโครงการต่างๆในเรื่องของการเร่งรัดการเบิกจ่าย หลังจากพบว่ามีความล่าช้า โดยเฉพาะในโครงการเงินกู้ทางหลวงแผ่นดินวงเงิน 40,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ขณะที่โครงการทางหลวงชนบท 25,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถเบิกจ่ายได้เกือบครบวงเงินที่กำหนดไว้ข้างต้น
นายสมหมาย กล่าวถึงแผนการขายหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่ แม้ภาวะตลาดหุ้นในไทยค่อนข้างผันผวนนั้น ขณะนี้ได้ข้อมูลหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่ทั้งหมดแล้ว และยังยืนยันว่าจะดำเนินการขายหุ้นที่มองว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อกระทรวงการคลังออกไปอย่างแน่นอน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากเห็นว่า หุ้นบางตัวนั้นเอกชนสามารถดำเนินการได้ดีกว่า นอกจากนี้ตนยืนยันว่าไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องของราคาที่ตกต่ำ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 1 ปี