นายกฯ แจงรัฐบาลรู้ปัญหาน้ำแล้งตั้งแต่ต้นแล้ว
20 ก.ค. 2558 | lastman

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน รัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่าจะไม่มีฝน ถึงเขียนแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ปี 57 แต่เมื่อฝนไม่ตก จึงส่งผลกระทบทั้งหมด ระบุ รัฐบาลประชาธิปไตยทำพื้นที่ป่าต้นน้ำหาย 8.6 ล้านไร่
ข่าว
20 ก.ค. 2558 | lastman

นายกรัฐมนตรี ยืนยัน รัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่าจะไม่มีฝน ถึงเขียนแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ปี 57 แต่เมื่อฝนไม่ตก จึงส่งผลกระทบทั้งหมด ระบุ รัฐบาลประชาธิปไตยทำพื้นที่ป่าต้นน้ำหาย 8.6 ล้านไร่
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเยี่ยมชมตลาดกลางผลไม้เพื่อการเกษตรตะพง จ.ระยอง ว่า ปัญหาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำ เพราะวันนี้ฝนไม่ตก ตามฤดูกาลเนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ตนกังวลคือเรื่องของแผนการบริหารจัดการน้ำ
โดยรัฐบาลได้วางแผนตั้งแต่ปี 2557 ที่รื้อมาทำใหม่ โดยเป็นแผนระยะยาวถึงปี 2569 ทุกคนต้องอย่าคิดว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ เพราะรัฐบาลรู้มาล่วงหน้าว่าจะไม่มีฝน ถึงได้เขียนแผนบริหารจัดการน้ำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2557
แต่เมื่อฝนไม่ตก จึงส่งผลกระทบหมด ตั้งแต่น้ำอุปโภค-บริโภค รวมถึงการเกษตรทั้งนี้ อยากให้มีการเกษตรแบบอุตสาหกรรม ไม่ใช่ปลูกอย่างเดียว แต่ต้องแปรรูป โดยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องเป็นผู้นำเกษตรแนวใหม่ หรือ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ในการเข้าถึงแอพลิเคชั่น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จะต้องขุดน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรให้ได้กว่า 1,000 แห่ง เพื่อใช้สำหรับพื้นที่ 1 ล้านไร่ โดยขณะนี้มีการขุดน้ำบาดาล เพื่อการเกษตรได้แล้ว 6.6 หมื่นไร่
อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องเข้าใจ ว่าที่มาของต้นทุนน้ำ เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลประชาธิปไตยทำพื้นที่ป่าต้นน้ำหายไปถึง 8.6 ล้านไร่ ส่วนใหญ่เป็นภาคเหนือและอีสาน ที่ปัจจุบันเป็นเขาหัวโล้นทั้งสิ้น แล้วจะเอาน้ำมาจากไหน และการทำฝนหลวงก็ไม่มีผล เพราะทำให้ฝนตกเพียงเล็กน้อย และจะต้องมีการทำแก้มลิง เพื่อเป็นที่พักน้ำ
สิ่งเหล่านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งมานานแล้ว แต่ทำไมที่ผ่านมาไม่ทำกัน พร้อมทั้งขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ ไม่ใช่ประหยัดเพื่อตัวเอง แต่เป็นการประหยัดเพื่อคนรุ่นต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าว่า ขอเตือนว่าหากภายใน 1-2 ปีนี้ ไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ ค่าไฟจะสูงขึ้น เพราะขณะนี้ใช้น้ำมันและก๊าซเป็นต้นทุนผลิตไฟฟ้าจึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ อย่าคิดเอาเอง เพราะบางอย่างที่เดินหน้าไม่ได้ เพราะไม่ผ่านการทำประชาพิจารณ์ EIA, EHIA ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ประเทศเราจะอยู่กันอย่างไร