บัญญัติ 10 ประการในมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว กำหนดถึงกรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ครอบคลุมเนื้อหาด้านต่าง ๆ ในบัญญัติข้อที่ 4 เขียนว่า ห้ามผู้ที่เคยต้องคำพิพากษา ทำผิดคดีทุจริตหรือประพฤติมิชอบเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด
ข้อเสนอนี้ ถูกยืนยันผ่านมาตรา 111 ที่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. ว่าต้องไม่เป็นผู้ที่เคยถูกพิพากษา และไม่เคยทำการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้นับรวมทั้งนักการเมืองและหัวคะแนนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่สำคัญ คือห้ามผู้ที่เคยถูกถอดถอนตาม 4 ฐานความผิด คือ ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม จะถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต โดยบุคคลที่เข้าข่ายนี้ คืออดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ถูก สนช. ลงมติถอดถอน จากกรณีทุจริตโครงระบายข้าว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ถูกถอดถอนตาม 4 ฐานความผิด คือ ร่ำรวยผิดปกติ , ทุจริตต่อหน้าที่ , ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม จะถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต โดยบุคคลที่เข้าข่ายนี้ คืออดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ถูก สนช. ลงมติถอดถอน จากกรณีทุจริตโครงระบายข้าว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ยุทธศาสตร์จัดระเบียบนักการเมือง ยังปรากฏใน มาตรา 73 ที่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องยื่นภาษีย้อนหลัง 5 ปี มาตรา 33 คืนชีพให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจสั่งยุบพรรคการเมืองได้ มาตรา 140 แก้ไขเรื่องเอกสิทธิ์ของ ส.ส. โดยจะยกเว้นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ และกรณีทำความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
และเพื่อไม่ให้กฏเกณฑ์เหล่านี้ถูกรื้อทิ้ง กรรมาธิการยกร่างฯ จึงกำหนดไว้ด้วยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ยากมากขึ้น โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ต้องทำประชามติสอบถามความเห็นจากประชาชน ก่อนลงมือแก้ไขกติกาใหม่ของประเทศ หลังจากนี้ จึงต้องจับตาว่า กฏเกณฑ์มากมายเหล่านี้ จะช่วยจัดระเบียบบรรดานักการเมืองได้มากน้อยแค่ไหน