"เครือข่ายปกป้องอันดามัน" ยื่น 3 ข้อให้เลื่อนประมูลโรงไฟฟ้ากระบี่
20 ก.ค. 2558 | wanchat

ทำเนียบรัฐบาล -20 ก.ค.58-เครือข่ายปกป้องอันดามันยื่น 3 ข้อให้เลื่อนประมูลโรงไฟฟ้ากระบี่ พร้อมตั้งกก.ร่วมพิจารณาข้อเสนอ
ข่าว
20 ก.ค. 2558 | wanchat

ทำเนียบรัฐบาล -20 ก.ค.58-เครือข่ายปกป้องอันดามันยื่น 3 ข้อให้เลื่อนประมูลโรงไฟฟ้ากระบี่ พร้อมตั้งกก.ร่วมพิจารณาข้อเสนอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มประชาชนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจากจังหวัดในจังหวัดแถบอันดามันประมาณ 100 คนได้เคลื่อนมาชุมนุมมาประชิดประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสะพานอรทัย(ริมคลองผดุงกรุงเกษม) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาลตรึงกำลังและปิดประตูไม่ให้เข้าไปด้านในทำเนียบรัฐบาล
และจากนั้นได้มีตัวแทนของศูนย์บริการประชาชนเข้าเจรจาเพื่อให้ย้ายจุดชุมนุมไปที่ศูนย์บริการประชาชน ในสำนักงานก.พ.ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่เป็นผล และต่อมาเวลา 10.30 น. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เดินทางมาพบผู้ชุมนุมตามที่เครือข่ายฯอยากพบ เพราะนายวัลลภเคยเข้าไปรับฟังปัญหาและรับหนังสือเรียกร้องของเครือข่ายฯเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา และรับปากจะประสานกับนายกรัฐมนตรีให้ แต่ปรากฏว่าก็ไม่มีความคืบหน้าใดใด
และการพบในวันนี้เครือข่ายฯได้ยื่นข้อเรียกร้องอีกครั้งจำนวน 3 ขัอ คือ
1.ให้รัฐบาลหยุดกระบวนการการรายงานการทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)
2.เสนอให้เลื่อนการประมูลที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด
และ3.ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ โดยมีตัวแทนจากกระทรวงพลังงาน ตัวแทนภาคธุรกิจในจังหวัดกระบี่ และตัวแทนประชาชน ซึ่งนายวัลลภรับปากจะนำเรียนพลเอกประยุทธ์ให้ และจากนั้นเครือข่ายฯก็ได้ยุติการชุมนุมบริเวณดังกล่าวทันที
ขณะเดียวกันเครือข่ายฯก็ได้ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 8 ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่
โดยแถลงการณ์ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ทางเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินอันร่วมด้วยประชาชนภาคประชาสังคมและธุรกิจการท่องเที่ยวจากจังหวักกระบี่ สตูล พังงา ภูเก็ต และตรัง ได้ร่วมกันแสดงจุดยืนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเดินหน้าอย่างเต็มศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้อันดามันเกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานหมุนเวียนและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนกว่า 10 วัน และ 238 ชั่วโมงของการนั่งอดอาหาร ของตัวแทนเครือข่ายเพื่อเรียกร้องให้ท่าน และรัฐบาลของท่านให้ความสำคัญและหยุดเพิกเฉย ต่อความไม่ชอบธรรม และความไม่เป็นธรรม ตั้งแต่การวางแผนพลังงานของประเทศ สู่การอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรื่องถ่านหินกระบี่และการเปิดประมูลโครงการฯ โดยที่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการและยังไม่ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถือเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม
และการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้ดำเนินการเพื่อนำไปสู่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจังหวัดกระบี่โดยการใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน ซึ่งการศึกษาของคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาล (IPCC) ซึ่งสนับสนุนโดยสหประชาชาติ และงานวิจัยในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกออกมาชี้ว่าถ่านหินเป็นภัยต่อโลกทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศที่ใช้ถ่านหินมาก่อนได้ประกาศยกเลิกและปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน ด้วยเหตุผลทางด้านมลพิษเกินการควบคุมแก้ไข และไม่มีเทคโนโลยีใดจัดการกับมลพิษถ่านหินได้ หากนำถ่านหินมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในพื้นที่อันดามันจะเกิดผลกระทบอย่างมหาศาลต่อทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า จากงานวิจัยของเกาะลันตาจังหวัดกระบี่ พบว่านักท่องเที่ยวร้อยละ 87 จะไม่กลับมาเที่ยวจังหวัดกระบี่อีกเลย ซึ่งเป็นการสำรวจจากนักท่องเที่ยว 37 ประเทศ จำนวน 624 คน ซึ่งจะกระทบการท่องเที่ยวทั้งอันดามันที่สร้างรายได้ให้ประเทศปีละกว่า 3 แสนล้านบาท มีธุระกิจต่อเนื่องกว่า 100 ธุรกิจ เป็นแหล่งการจ้างงานขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับทางออกด้านความมั่นคงด้านไฟฟ้า เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจึงยังคงยืนยันข้อเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีดังนี้
1. หากภายใน 3 ปี จังหวัดกระบี่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ 100 เปอร์เซ็น ภายใต้เงื่อนไขว่า หลังจากนี้รัฐบาลต้องสนับสนุนการขยายระบบโครงข่ายสายส่งให้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดกระบี่เข้าสายส่งไฟฟ้าได้เป็นอันดับแรก รัฐบาลจึงค่อยมาพิจารณาเรื่องโครงการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงอื่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
2. เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าไฟฟ้าสามารถมีที่มาจากพลังงานหมุนเวียนชนิดอื่นโดยไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน และยังเป็นการพิสูจน์ว่าในภูมิภาคอันดามันและภาคใต้ทั้งหมดสามารถสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งนี้เฉพาะจังหวัดกระบี่มีโรงไฟฟ้าตัวอย่างโดยใช้น้ำเสียจากโรงงานปาล์มผลิตไฟฟ้า และในปัจจุบันสามารถขายไฟฟ้าเข้าสู่สายส่งและศักยภาพการผลิตมีได้มากกว่า ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากน้ำเสียในโรงงานปาล์มจะไม่ก่อมลพิษจนเกิดผลกระทบ และเป็นการจัดการกับปัญหาการปล่อยน้ำเสียไปสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ที่สำคัญที่สุดเป็นการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันที่มีปัญหาตลอดมา กล่าวเฉพาะจังหวัดกระบี่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้เคยประเมินศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดของจังหวัดกระบี่ที่มีเป็น 1,000 เมกะวัตต์ โดยในปัจจุบันโรงงานปาล์มจำนวน 11 โรงได้ผลิตไฟฟ้าแล้วและ 6 โรงกำลังดำเนินการ อีก 15 โรงยังไม่ได้ผลิต ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากน้ำเสียหากใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพจะผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมาก และเป็นการจัดการมลพิษที่เกิดจากโรงงานปาล์มได้ด้วย
การตัดสินใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของความมั่นคงด้านไฟฟ้าและบรรลุการรักษาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน สามารถทำตามข้อเสนอข้างต้นและเป็นการประกาศต่อชาวโลกว่าเราจะเป็น Andaman Goes Green ซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเยือน รวมทั้งสร้างคุณค่าและมูลค่ามหาศาลต่อประเทศชาติ
เครือข่ายปกป้องอันามันจากถ่านหินได้ดำเนินการมาแล้วทุกวิถีทางในการปกป้องระบบนิเวศวิทยา การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ เราขอยืนยันว่าหากไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล เราจะยังคงใช้วิธีการอารยะขัดขืนต่อไป และจะรวมคนทั้งอันดามัน และทั่วประเทศเพื่อหยุดหายนะจากโรงไฟฟ้าถ่านหินครั้งนี้ให้จงได้ เพื่อสร้างการพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงตลอดเวลา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทำตามที่ท่านกล่าวอ้างด้วยการให้อันดามันพัฒนาไปตามแนวทาง Andaman Goes Green