แท็กซี่คิดสั้นจะ"โดดสะพานลอย" เครียดญาติพี่น้องไม่เหลียวแล
19 ก.ค. 2558 | jirasin_yin

ข่าว
19 ก.ค. 2558 | jirasin_yin

วันที่ 19 ก.ค. 58 ขณะที่ ร.ต.ท.วิเชียร คำลา รอง สว.จร.สน.หลักสอง ปฏิบัติหน้าที่ ได้รับแจ้งมีชายพยายามจะกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตาย ที่บริเวณแยกสัญญาณไฟจราจร ถนนเพชรเกษม ช่วงตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุบนระเบียงสะพานลอยคนข้ามถนนเพชรเกษม ช่วงขาเข้า เจ้าหน้าที่พบผู้ชาย 1 คน อายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อยืดสีขาวดำ กางเกงสแลค สีดำ ไม่สวมรองเท้า คล้องกระเป๋า สีน้ำเงินที่คอ กำลังยืนอยู่บนระเบียงดังกล่าว พร้อมกับตะโกนระบายเกี่ยวกับปัญหาทางบ้าน แต่ไม่ได้บอกข้อเรียกร้องใดๆ ทางเจ้าหน้าที่เกรงว่าชายดังกล่าวจะกระโดด หรือพลัดตกลงมา ซึ่งอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือถึงชีวิต จึงประสานรถดับเพลิงขนาดใหญ่จากสถานีดับเพลิงบางแคมารอรับด้านล่างสะพานลอย โดยมี ร.ต.ท.วิเชียร ขึ้นไปเจรจาบนสะพานลอย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ชายคนดังกล่าวจึงยอมปีนข้ามราวสะพานลอยกลับได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความโล่งใจของเจ้าหน้าที่และบรรดาประชาชนและผู้สัญจรไปมาที่เห็นเหตุการณ์ ก่อนจะเชิญตัวไปที่ สน.หลักสอง เพื่อสงบสติอารมณ์และสอบถามสาเหตุ
ขณะเดียวกัน ที่บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาออก ห่างจากสะพานลอยดังกล่าวประมาณ 150 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถแท็กซี่สีชมพู ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า ทะเบียนป้ายเหลือง ทย 2902 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัด ป้ายชื่อหน้ารถระบุชื่อ นายบุญจันทร์ ผาสระดู่ อายุ 56 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ จอดทิ้งไว้ จึงได้สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์จนทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นของชายที่พยายามจะกระโดดสะพานลอย จึงนำไปตรวจสอบที่ สน.หลักสอง เช่นเดียวกัน เบื้องต้นพบโทรศัพท์มือถือไม่ทราบยี่ห้อ สีดำ และยารักษากระดูกบรรจุซองใส 1 ซอง
จากการสอบถามนายบุญจันทร์ เล่าปัญหาชีวิตด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนมีภรรยาอายุประมาณ 50 ปี ไม่ได้ทำงานอะไร ขณะที่ตนเช่าซื้อรถแท็กซี่จากอู่ย่านถนนกาญจนาภิเษก โดยจ่ายค่าเช่าวันละ 500 บาท ขับมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ก็ไม่มีปัญหาอะไร รายได้พอที่จะส่งรถและเลี้ยงดูครอบครัวได้ กระทั่งเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีคนจะเอาอุปกรณ์ถังแก๊สรถแท็กซี่ไป ตนจึงรักษาสิทธิ์เป็นเจ้าของ แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เกิดทะเลาะวิวาทกัน ทำให้กระดูกนิ้วก้อยมือข้างซ้ายหัก จนต้องรักษาที่สถานพยาบาลบางขุนเทียน แพทย์ให้พักและห้ามทำงานหนัก ตนจึงต้องหยุดวิ่งงานไปประมาณ 10 วัน ก่อนจะกลับมาขับรถแท็กซี่อีกครั้ง แต่คราวนี้ทำงานไม่ได้เต็มที่ เพราะมือเจ็บ ทำให้ขาดรายได้ วันหนึ่งได้เงินเฉลี่ยเพียง 200-300 บาท ซึ่งไม่พอทั้งส่งเช่าซื้อรถ และจุนเจือครอบครัว โดยขณะนี้ขาดส่งรถมาแล้วประมาณ 4 งวด เป็นเงิน 2,000 บาท กำหนดส่งวันที่ 20 ก.ค.นี้ ก็ไม่สามารถหาเงินได้ จึงขอความเมตตาจากเถ้าแก่ยุทธ (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) เจ้าของอู่ ซึ่งเถ้าแก่ก็เมตตายอมให้ตนเอารถไปวิ่ง
นายบุญจันทร์ เล่าต่อว่า เมื่อวิ่งรถได้ไม่เต็มที่ เงินก็ขาดมือ แต่ก็ไม่อยากรบกวนญาติพี่น้อง แม้ว่าจะเคยส่งเสียหลานจนเรียนจบหางานดูแลตัวเองได้ ทั้งนี้ ตนแค่อยากให้ภรรยาและญาติมีความเมตตาสงสารบ้าง เวลามีเงิน ภรรยาอยากกินอะไร ตนก็จะพาไป แต่ยามนี้ไม่มี กลับไม่มีใครเหลียวแล หรือช่วยเหลือ จึงเกิดความเครียดอยากจะจบชีวิตลง ตอนแรกจะขับรถชนก็กลัวเถ้าแก่เจ้าของอู่และคนอื่นจะเดือดร้อน จึงวิ่งขึ้นสะพานลอย แต่ไม่ได้กระโดด เพราะกลัวคนขับรถด้านล่างจะเดือดร้อนอีก จึงตัดสินใจจะใช้สายไฟฟ้าบนสะพานลอยมัดคอตัวเองตาย โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยปรับทุกข์ จึงกลับใจ โดยยืนยันว่าจะไม่ฆ่าตัวตายอีก
ด้าน ร.ต.ท.วิเชียร กล่าวว่า ขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่ได้ยินเสียงรถยนต์เบรก พอหันไปดูก็พบนายบุญจันทร์ จะวิ่งให้รถชน แต่ไม่สำเร็จ จากนั้นนายบุญจันทร์ ได้วิ่งขึ้นไปอยู่บนระเบียงสะพานลอย จึงขอกำลังสนับสนุน พร้อมกับเข้าเจรจา โดยพยายามถามสารทุกข์สุขดิบ ถึงรู้ว่านายบุญจันทร์ มีปัญหาทางครอบครัว ตนจึงช่วยปรับทุกข์ พร้อมกับสัญญาว่าจะไม่จับกุม และขอให้ใจเย็นๆ มาคุยปัญหากัน จนนายบุญจันทร์ สงบอารมณ์ลงและยอมปีนออกจากระเบียงสะพานลอยเอง ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งข้อหา เพียงแต่พูดคุยปัญหากัน ทั้งนี้ ตนคิดว่า หากเข้าไปเจรจา หรือช่วยไม่ได้ ถือว่าเป็นตำรวจที่ไร้ความสามารถ เมื่อจบลงด้วยดีก็ดีใจ