ลำน้ำมูลที่บุรีรัมย์ยังวิกฤต
19 ก.ค. 2558 | wanchat

ที่จังหวัดบุรีรัมย์ น้ำในลำน้ำมูลยังมีปริมาณต่ำในรอบหลายปี ส่งผลให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าทั้ง 5 แห่งไม่สามารถสูบน้ำขึ้น มาหล่อเลี้ยงต้นข้าวช่วยเหลือเกษตรกรได้
ข่าว
19 ก.ค. 2558 | wanchat

ที่จังหวัดบุรีรัมย์ น้ำในลำน้ำมูลยังมีปริมาณต่ำในรอบหลายปี ส่งผลให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าทั้ง 5 แห่งไม่สามารถสูบน้ำขึ้น มาหล่อเลี้ยงต้นข้าวช่วยเหลือเกษตรกรได้
สถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.สตึกจ.บุรีรัมย์ ขณะนี้ยังมีสภาพตื้นเขินในรอบหลายปี ถึงแม้จะมีฝนตกต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในลำน้ำมูลได้ ทำให้ปีนี้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้ง 5 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าม่วง มีพื้นที่นาข้าวในเขตบริการมากกว่า 1 หมื่นไร่ ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวช่วยเหลือเกษตรกรได้ เนื่องจากปริมาณน้ำในลำน้ำมูลมีสภาพตื้นเขินในรอบหลายปี หากเกษตรยังฝ่าฝืนสูบน้ำขึ้นมาใส่นาข้าวจะทำให้น้ำที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยแห้งขอด
และจะส่งผลกระทบกับผู้เลี้ยงปลากระชังทำให้ปลาขาดน้ำน็อคตายได้ หรือหากสถานีสูบน้ำสถานีใดสถานีหนึ่งสูบน้ำขึ้นมาใส่นาข้าว ก็จะทำให้เกษตรกรที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าสูบน้ำมาขึ้นใช้เช่นกัน จะทำให้น้ำที่มีอยู่ ไม่สามารถแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ต้องการใช้น้ำได้ทั่วถึง อาจทำให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำจนนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรได้
กรณีดังกล่าวทำให้เกษตรกรส่วนมากยอมให้ทุกสถานีสูบน้ำงดการสูบน้ำไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำในลำน้ำมูลให้สูงขึ้นพ้นจากภาวะวิกฤต จึงจะสามารถมารถสูบน้ำมาใส่นาข้าวพร้อมกันได้ ถึงแม้ขณะนี้เกษตรกรส่วนมากจะต้องการน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่ขาดน้ำเพื่อที่จะได้หว่านปุ๋ยใส่นาข้าวให้เจริญงอกงามในช่วงนี้ก็ตาม ซึ่งทุกปีเกษตรกรจะเริ่มสูบน้ำใส่นาข้าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทำให้ปีนี้ล่าช้ามากว่า 2 เดือนแล้ว
ด้านนายสมบัติ จามิกรณ์ อายุ 60 ปี เกษตรกรบ้านท่าม่วง และนายอนุชิต เยี่ยมรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านท่าม่วง ตำบลท่าม่วง อำเภอสตึก ต่างเห็นตรงกันว่าจะไม่สูบน้ำในลำน้ำมูลที่มีสภาพตื้นเขินขึ้นมาใส่นาข้าวอย่างเช่นหมู่บ้านอื่น หากน้ำมูลยังมีปริมาณต่ำ เพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับหมู่บ้านอื่น หรืออาจทำให้เกิดปัญหาแย่งน้ำตามมาได้
กรณีดังกล่าวจึงเรียกร้องให้ทางภาครัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งเข้ามาสำรวจหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในระยะยาว โดยการทำฝาย แก้มลิง หรือสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ เพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร เลี้ยงปลากระชังประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงต่อเนื่องมาตลอดหลายปี