ต้นคลองชัยนาทป่าสัก บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3 เครื่อง ของกรมชลประทานเร่งสูบน้ำเข้าคลองให้ได้ 12 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงจะเพียงพอที่ต่อการผลิตน้ำประปา ในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดลพบุรี และสระบุรี
ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ บอกว่า หากสามารถเติมน้ำได้ครบจำนวน 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามเป้าหมาย ก็จะเพียงพอที่จะไปรวมกับแม่น้ำป่าสัก และไหลลงคลองระพีพัฒน์ ช่วยเพิ่มเติมน้ำในการผลิตน้ำประปาของ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ด้วย
แม้ชาวนาทีนี่จะยอมเสียสละหยุดสูบน้ำเข้านา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าเวรยามไกล้ชิด แต่พวกเขาบอกว่า อยากให้ช่วยยืดหยุ่ด เพราะอีก 30 วัน ข้าวจะสามารถเก็บเกี่ยวได้
คลองชัยนาทป่าสัก รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุ่มพื้นที่จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ความยาว 132 กิโลเมตร เป็นคลองที่ใช้เพื่อการเกษตร และผลิตน้ำประปาเวลาดียวกัน จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตรวจตราไม่ให้ชาวนาสูบน้ำ
แต่สำหรับคลองมะขามเฒ่าอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสายนี้ ใช้เพื่อการเกษตรเพียงอย่าง จึงมีการปิดประตูน้ำต้นคลองไปตั้งแต่วานซืนนี้ และผลกระทบเกิดขึ้นกับชาวนาที่นั่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ธัญญารัตน์ พึ่งนุสนธิ์ นำจดหมายแจ้งหนี้จาก ธกส. ยอดค้างชำระจำนวนเงิน 504,000 บาท ที่มีกำหนดชำระภายในเดือนกันยายนนี้ มาให้เราดู
ส่วนนี่คือสภาพทุ่งนาของเธอจำนวน 60 ไร่ แห้งแล้งและข้าวไม่สามารถออกรวงได้ เธอไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้สินจำนวนนี้ได้อย่างไร
ชาวนาอีกคนอธิบายให้เราฟังว่า ข้าวที่ขาดน้ำแม้จะยืนต้นโต แต่ข้าวจะไม่เต็มเมล็ด และไม่สามารถขายได้ สภาพอย่างนี้เป็นเหมือนกันทั้งตำบลไรรถอีกกว่าหมื่นไร่ มีชาวนาได้รับผลกระทบจำนวน 2,500 คน
เมื่อนำทุ่งนาของชาวนาคลองชัยนาทป่าสัก มาเปรียบเทียบกับทุ่งนาของชาวนาคลองมะขามเฒ่าอู่ทอง // นี่คือความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน