โฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช บอกว่า คุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. จะต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา111 คือ เคยถูกพิพากษา การกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ให้การเลือกตั้งทุจริตไม่เที่ยงธรรม ซึ่งอยู่ในระหว่างต้องห้ามการดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ ตามมาตรา 247 ว่าด้วยเรื่องการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์ หรือถูกถอดถอนจากการจงใจใช้อำนาจขัดกับ รธน. ประพฤติจริยธรรมอย่างร้ายแรง เช่น เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง เพราะมีเหตุมาจาก ร่ำรวยผิดปกติ / ส่อไปทางทุจริตต่อหน้าที่ / ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ / ส่อกระทำผิดต่อหน้าที่ยุติธรรม
ผู้ที่เข้าข่ายมาตรา 111 หมายความว่าจะถูกตัดสิทธิ์ในการสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต // ส่วนผู้ถูกตัดสิทธิ์เพียง 5 ปี สามารถปรับเปลี่ยนในส่วนนี้เพื่อให้สอดคล้องกันรัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 มาตรา 35 (4) และรัฐธรรมนูญฉลับแก้ไข ที่ระบุ คุณสมบัติสนช. ต้องไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
มีข้อมูลด้วยว่าในการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครองของส.ส.และ ส.ว.ที่ได้ข้อยุติแล้ว โดยกำหนดให้ในระหว่างสมัยประชุมจะจับกุม คุมขัง หรือออกหมายเรียก ส.ส.-ส.ว.ไม่ได้ // เว้นแต่ในกรณีที่จะได้รับอนุญาตจากรัฐสภา แต่ถ้าเป็นกรณีที่ถูกจับกุมขณะทำความผิดหรือในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
เช่นเดียวกับการฟ้องร้อง ส.ส.และ ส.ว.ในคดีอาญาไม่ว่าจะฟ้องนอกหรือในสมัยประชุมสภา ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในสมัยประชุมไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาหรือวุฒิสภา // ส่วนเรื่องของจริยธรรม หมวดที่ 2 มาตรา 73 ให้มีการตรวจสอบแบบฟอร์มการยื่นภาษีย้อนหลัง 5 ปี ผู้สมัครทางการเมือง
ที่ประชุมกมธ.ยังให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในส่วนของพรรคการเมืองเข้ามาด้วย / โดยกำหนดให้เป็นกรณีเฉพาะบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง