เนชั่นทีวี

ข่าว

เล็งผันน้ำจากสาละวิน-แม่โขง เติม 2 เขื่อนหลัก

15 ก.ค. 2558 | wanchat

เล็งผันน้ำจากสาละวิน-แม่โขง เติม 2 เขื่อนหลัก

นายกฯนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการน้ำฯสัปดาห์หน้า ระยะสั้นเน้นแก้ปัญหาน้ำกินน้ำใช้ ส่วนระยะต่อไปจะผันน้ำจากสาละวิน-แม่น้ำโขง มาเติมเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ ยันผู้นำเมียนมาร์พร้อมร่วมมือเต็มที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ บอกว่า ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ หรือ กบช. ที่มีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานจะประชุมนัดแรก เพื่อพิจารณาแนวทางปฎิบัติตามยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำของประเทศ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2569 ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อนำมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแผนระยะสั้น จะเน้นการแก้ปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้ทั่วถึงทั้งประเทศ โดยตั้งเป้าให้มีน้ำประปาใช้ใน 7,000 หมู่บ้านที่ยังไม่มี รวมทั้งเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ เช่น การขุดบ่อน้ำในไร่นาจากเดิม 50,000 แห่ง เป็น 200,000 แห่ง และการจัดทำพื้นที่แก้มลิง
ในปี 2558-2559 จะใช้งบประมาณปกติ 5-6 หมื่นล้านบาท แต่ในปี 2559 จะมีงบพิเศษเพิ่มเติมอีก 3 หมื่นล้านบาท รวม 2 ปีเป็นเงิน 8-9 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำระยะสั้น หากประชาชนในพื้นที่ใดต้องการทำบ่อน้ำ หรือขยายบ่อน้ำ ให้ของบประมาณมาได้โดยผ่านกระทรวงมหาดไทย
ส่วนแผนระยะกลางและระยะยาว จะเป็นการจัดหาน้ำต้นทุนมาเติมในเขื่อนหลัก จากปัจจุบันที่มาจากน้ำฝนเท่านั้น โดยจะผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินของเมียนมาร์ มาเติมเขื่อนภูมิพล ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับผู้นำเมียนมาร์แล้ว ซึ่งยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ รวมถึงจะผันน้ำจากแม่น้ำโขงมาเติมเขื่อนสิริกิติ์ แต่ต้องหารือกับคณะกรรมการแม่น้ำโขง 6 ฝ่ายก่อน
ในระหว่างนี้ ไทยได้ศึกษาวิธีการผันน้ำจากแม่น้ำทั้ง 2 แห่งมาสู่ 2 เขื่อนหลักแล้ว แต่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการ เพื่อให้ไทยมีน้ำใช้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ทุกวันนี้ไทยไม่สามารถสร้างเขื่อนใหม่ๆได้อีกแล้ว เพราะติดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือปัญหาพื้นที่ป่าสงวน และบ้านเรือนประชาชน จึงต้องหาวิธีผันน้ำจากแม่น้ำนานาชาติมาใช้ เช่น แม่น้ำสาละวิน ขณะนี้มีการศึกษาแล้วว่าต้องเจาะภูเขา เพื่อวางท่อนำน้ำมาสู่เขื่อนภูมิพล ซึ่งต้องใช้เวลา4-5 ปี กว่าจะทำได้อย่างเป็นรูปธรรม
ยืนยันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำ และทำให้ไทยมีน้ำใช้อย่างยั่งยืน ไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็ต้องดำเนินการ ถ้าทำได้เชื่อว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะเพิ่มขึ้นอีกมาก
ส่วนปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นผลจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด โดยในปี 2554 ไทยเกิดน้ำท่วมใหญ่ พอถึงปี 2555 จึงระบายน้ำออกจากเขื่อนในปริมาณมาก เพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วม แต่พอถึงปี 2556 ปริมาณน้ำฝนไม่มากนัก แต่ความต้องการใช้สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูง ทำให้เกษตรกรปลูกข้าว 3-4 รอบ
พอถึงปี 2557 ปริมาณน้ำในเขื่อนจึงลดลงมาก ประกอบกับมีฝนน้อย เช่นเดียวกับปีนี้ที่มีปริมาณน้ำฝนน้อยมาก แต่ต้องบริหารจัดการเพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ โดยเน้นความสำคัญที่การอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ ส่วนการทำการเกษตรจะเป็นลำดับสุดท้าย

ข่าวล่าสุด