เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 ศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้เปิดบัลลังก์ที่ 6 พิจารณานัดสืบพยานโจทย์นัดแรก วันที่ 3 ในคดีฆาตกรรม นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ นางสาวฮานนาห์ วิคทอเรีย เธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เสียชีวิตบนหาดทรายรี ตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เมื่อวันที่ 15 ก.ย.57 ที่ผ่านมา ต่อมานายเวพิว และนายซอลิน ผู้ต้องหาชาวเมียนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้หลังเกิดเหตุ
สำหรับการสืบพยานในวันนี้ มีนายธีระวุฒิ พราหมณ์หันต์ รองอัยการจังหวัดเกาะสมุย ทำหน้าที่อัยการฝ่ายโจทย์ โดยทางฝ่ายอัยการได้นำพยานจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย นายโอ ชาวเมียนมา เป็นคนสวนในบังกะโลอินทัช ที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ นายสตีเฟน มิสเชล ชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติ ที่ทำงานบนเกาะเต่า นายพุฒิพล โชติช่วง และนางสาวปรัชญา ศรีอ่อน และพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนี้แถลงต่อศาล
โดยก่อนหน้านี้ ทางทนายจำเลยได้ร้องขอต่อศาลให้ตรวจวัตถุพยานที่ยังมีอยู่ในคดี หรือวัตถุพยานอย่างอื่น ส่งไปตรวจดีเอ็นเออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งศาลสั่งตามน้้นและให้พนักงานสอบสวนแถลงต่อศาล โดยพนักงานสอบสวนแถลงต่อศาลว่า วัตถุบางอย่างในการตรวจน้้น อาจจะหมดไปแล้ว ตามหลักทฤษฎีการตรวจ ไม่ใช่หายไป ยกตัวอย่างเช่น สำลีที่ป้าย แต่สิ่งที่ยังมีแน่นอนคือ วัตถุพยานที่จอบที่สามารถตรวจดีเอ็นเอเพิ่มเติมอีกได้
สำหรับพยานคนไทยที่สืบพยานต่อ คือ นางสาวปรัชญา ศรีอ่อน ได้ให้การว่า ขณะเกิดเหตุเห็นชายจำนวน 3 คน นั่งเล่นกีต้าร์บนขอนไม้อยู่ที่ริมชายหาดทรายรี ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจและมาทราบข่าวในช่วงเช้าอีกวัน มีการพบศพนักท่องเที่ยว 2 ราย บนชายหาดดังกล่าว ส่วนนายโอ ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นคนสวนของบังกะโลอินทัช ซึ่งเป็นคนที่นำจอบที่ใช้ทำสวน ไปตั้งทิ้งไว้ในสวนหย่อม หลังเลิกงาน จนผู้ต้องหานำจอบดังกล่าวไปก่อคดีฆ่าสองนักท่องเที่ยวนั้น ไม่สามารถนำสืบพยานได้เนื่องจาก ติดขัดในส่วนของล่ามที่แปลภาษาเมียนมา
จากปัญหาติดขัดล่ามแปลดังกล่าว ทีมอัยการซึ่งดูแลพยานฝ่ายโจทย์ จึงมีความเห็นว่า จะตัดพยานแวดล้อมทั้ง 3 ปากออก ประกอบด้วย นายโอ ชาวเมียนมา นายสตีเฟน มิสเชล ชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติ และนายพุฒิพล โชติช่วง เนื่องจากจากเห็นว่า ไม่น่าจะมีผลเกี่ยวของต่อรูปคดี แต่ทางอัยการจังหวัดเกาะสมุย อยู่ระหว่างขออนุญาตจากอัยการภาค 8 เพื่อพิจารณาตัดพยานแวดล้อมทั้ง 3 คนออกหรือไม่
ขณะที่ นายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค 8 อธิบายว่า การขอเลื่อนในการสืบพยานโจทย์จำนวน 3 ปาก ประกอบด้วย นายโอ สัญชาติเมียนมา นายสตีเฟ่น มิสเชล ไม่ทราบสัญชาติ และนายพุฒิพล โชติช่วง เนื่องจากพยานแวดล้อมทั้ง 3 คน ยังไม่พร้อมที่จะให้ปากคำ ทางทีมอัยการที่ดูแลคดีนี้จะได้นัดให้บุคคลทั้ง 3 มาเป็นพยานในโอกาสต่อไป
ต่อข้อถามกรณีที่ทางสำนักข่าวต่างประเทศ นำเสนอข่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนทำผลการตรวจดีเอ็นเอหายนั้น นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง อัยการผู้เชี่ยวชาญฝ่ายคดีอาญาภาค 8 ที่ร่วมเป็นอัยการฝ่ายโจทย์การสืบพยานวันที่ 2 ได้อธิบายว่า อาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน วัตถุพยานอย่างอื่นไม่ได้หายไป ซึ่งทางพนักงานสอบสวนต้องไปแถลงต่อศาล โดยพนักงานสอบสวนได้แถลงไปแล้วว่า ดีเอ็นเอบางส่วนที่หมดไปแล้ว เป็นไปตามหลักทฤษฎีการตรวจ แต่ที่มีดีเอ็นเอแน่นอน คือ ที่จอบ
สำหรับคดีนี้คาดว่า จะสืบพยานได้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ โดยเว้นช่วงไป 1 สัปดาห์ และ 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ น่าจะแล้วเสร็จ