กมธ.ยกร่างฯ ยืนหลักนายกฯ คนนอก
10 ก.ค. 2558 | lastman

กรรมาธิการยกร่างฯ ยืนยันในเนื้อหาว่าด้วย นายกรัฐมนตรีคนนอก ว่าต้องได้รับเสียง 2 ใน 3 จากสมาชิก โดยมีวาระดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปีเช่นเดียวกับนายกฯ ที่มาจากสภาผู้แทนราษฏร
ข่าว
10 ก.ค. 2558 | lastman

กรรมาธิการยกร่างฯ ยืนยันในเนื้อหาว่าด้วย นายกรัฐมนตรีคนนอก ว่าต้องได้รับเสียง 2 ใน 3 จากสมาชิก โดยมีวาระดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปีเช่นเดียวกับนายกฯ ที่มาจากสภาผู้แทนราษฏร
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีความเห็นร่วมกันต่อเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี โดยเพิ่มบทบัญญัติในมาตรา 172 ว่าด้วยการเห็นชอบให้บุคคลที่จะมาเป็นนายกฯคนนอก ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่
ขณะที่ นายกฯ ที่มาจาก ส.ส. ตามช่องทางปกติ ต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ส่วนมาตรา 173 กำหนดว่า ถ้าหากพ้นกำหนด 30 วันไปแล้ว สภายังไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ก็ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนำรายชื่อ ส.ส. ที่ได้รับคะแนนสูงสุดทูลเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
โดยการเปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอก เคยถูกวิจารณ์จากพรรคการเมืองต่างๆ มาตลอด เช่น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ มองว่า การเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกทั้งที่เป็นภาวะปกติ โดยไม่มีข้อจำกัดเวลา และไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน อาจเปิดช่องให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในพรรคการเมือง ส่งคนในตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.มาเป็นนายกฯ ได้
ด้าน แกนนำพรรคเพื่อไทย พงษ์เทพ เทพกาญจนา บอกว่า การให้นายกฯ ไม่ต้องมาจาก ส.ส. ถือเป็นการย้อนกลับไปสู่การเมืองช่วงปี 2535 และเปิดทางให้มีอำนาจนอกระบบเข้ามามีอำนาจในสภาได้ ทั้งที่สังคมไทยเคยมีบทเรียนมาแล้ว เมื่อเหตุการณ์พฤษาทมิฬปี 2535 ที่ประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมกรรมาธิการยกร่างฯ ยังเห็นชอบให้แก้ไขในมาตรา 171 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ที่เดิมกำหนดว่าให้ดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ แก้ไขเป็นไม่เกิน 8 ปี โดยไม่ได้ระบุจำนวนวาระไว้ เพื่อป้องกันความสับสนและรองรับกรณีมีอุบัติเหตุทางการเมือง