กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีการส่งกลับผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวมุสลิมที่อ้างว่าเป็นชาวตุรกี ชาวอุยกูร์ ไปประเทศจีนเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยระบุว่า มีชาวอุยกูร์ประมาณ 300 กว่าคน หลบหนีเข้าประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 และรัฐบาลจีน ได้เรียกร้องให้ไทยส่งกลับไปยังประเทศจีน เนื่องจากอาจมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ทางการไทยจึงได้ขอให้ฝ่ายจีนดำเนินการส่งหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติให้ฝ่ายไทย ก่อนที่จะดำเนินการส่งตัวกลับ
นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ ยังยืนยันว่าได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมควบคู่ไปกับหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยได้พิจารณาอย่างรอบคอบจากหลักฐาน ซึ่งสามารถแยกชาวอุยกูร์ เป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก 172 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการกระทำผิดกฎหมาย และได้แสดงความประสงค์ที่จะเดินทางไปตุรกี จึงได้ส่งตัวกลับไปตุรกีแล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ได้รับหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติจากรัฐบาลจีน สำหรับชาวอุยกูร์ 109 คน จึงได้ตัดสินใจส่งกลับไปจีน เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังมีชาวอุยกูร์ประมาณ 60 คน อยู่ในความดูแลของรัฐบาลไทย ซึ่งยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งรัฐบาลจีน ได้ยืนยันว่า จะปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ด้วยความเป็นธรรมและรับรองความปลอดภัย พร้อมจัดหาที่ทำกินให้ตามความเหมาะสมต่อไป และจะเชิญผู้แทนไทยไปติดตามผลการปฏิบัติ รวมทั้งจะเชิญองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ICRC เข้าร่วมกับฝ่ายไทย เดินทางไปตามคำเชิญของรัฐบาลจีนต่อไป
ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล บอกว่า ทางรัฐบาล ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย สถานทูตจีน และตุรกี อย่างเข้มงวดแล้ว หลังเกิดเหตุกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทย ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี และมั่นใจว่าทางการตุรกี ก็จะดูแลสถานทูตของไทยเป็นอย่างดีเช่นกัน
ส่วนเรื่องการชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการส่งกลับชาวอุยกูร์ นั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะต้องทำความเข้าใจกับแต่ละประเทศ แต่ละองค์กรต่างประเทศที่แสดงความห่วงใย และวิตกกังวล ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างแน่นอน