เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 เวลา 05.12 น. ศูนย์วิทยุ 191 แปดริ้ว ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากประชาชน ว่าถูกระบบล็อคอัตโนมัติ ของรถยนต์กระบะปิดขังคนขับให้ติดอยู่ภายในรถอยู่นานหลาย ชม.แล้ว หลังจากเจ้าของรถได้จอดรถเปิดเครื่องเสียงฟัง และนอนหลับพักผ่อน อยู่ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารเมืองใหม่พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.พนมสารคาม เข้าทำการตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน นาวารา รุ่น NP300 แบบแค็ป ทะเบียน บพ-2486 ปราจีนบุรี จอดอยู่หัวมุมลานจอดรถด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารตลาดเมืองใหม่พนมสารคาม ริมถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี พื้นที่ ม.4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม มีนายสาคร กองศักดิ์ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 266 ม.11 ต.บ้านแก้ง อ.เมือง จ.สระแก้ว ติดอยู่ภายในรถของตนเอง ด้านเบาะที่นั่งคนขับ
และได้พยายามใช้ปลายนิ้วมือสอดออกมาจากช่องกระจกประตูด้านขวามือของที่นั่งคนขับ ที่เปิดลดกระจกแง้มไว้ ต่ำจากขอบยางกระจกประมาณ 5 ซม. ก่อนที่จะยื่นกุญแจรถออกมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการช่วยไขรูกุญแจด้านนอกประตูให้ ซึ่งทั้งคันมีรูกุญแจไขประตูอยู่เพียงด้านเดียว คือ ด้านฝั่งประตูคนขับ เนื่องจากรถคันดังกล่าว เป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบล็อคประตูอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า พร้อมด้วยระบบปรับเปิดกระจกด้วย ระบบไฟฟ้าเกือบทั้งคัน โดยที่ไม่มีกลอนประตู หรือมือหมุนเลื่อนเปิดกระจก ที่จะทำให้คนที่ติดอยู่ภายในสามารถที่จะเปิดรถออกมาได้เลย
โดย นายสาคร เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับคันดังกล่าว เดินทางมาจาก จ.สระแก้ว และได้มาจอดรถเพื่อนอนหลับพักผ่อน ยังที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารเมืองใหม่พนมฯ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. เพื่อที่จะรอรับมารดา จากบ้านของพ่อเลี้ยงในเขตพื้นที่ อ.ศรีมโหสถ (โคกปีบ) จ.ปราจีนบุรี กับไปยัง จ.สระแก้ว โดยขณะจอดรถนอนได้ทำการเปิดเครื่องเสียงภายในรถนอนฟังไปด้วย พร้อมกับได้ทำการเปิดแง้มบานกระจกด้านข้างคนขับไว้เล็กน้อยด้วย
แต่เมื่อรู้สึกตัวตื่นนอนขึ้นมา ในเวลาประมาณ 03.00 น. พบว่า แบตเตอรี่รถยนต์นั้นใกล้จะหมด เพราะพัดลมช่องแอร์ที่ได้ทำการเปิดไว้ด้วยนั้นหมุนเบา จึงได้ทำการปิดเครื่องเสียง และได้พยายามที่จะสตาร์ทรถ แต่รถไม่สามารถที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติดได้แล้ว และเมื่อจะออกจากตัวรถก็ยังไม่สามารถที่จะออกมาจากตัวรถได้ เพราะบานประตูทุกด้าน ถูกล็อคไปด้วยระบบนิรภัยไฟฟ้าไปหมดแล้วทั้งคัน หลังจากแบตฯ หมด
"ซึ่งครั้งแรกก็รู้สึกตกใจ และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร โดยได้พยายามที่จะหาทางออกมาจากตัวรถให้ได้อยู่นาน และเมื่อตั้งสติได้จึงได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลข 191 ดังกล่าว จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยไขประตูรถให้เมื่อเวลา 06.30 น. ซึ่งถือว่า โชคดีที่ตนได้เปิดแง้มบานกระจกเอาไว้ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้น ก็คงจะเรียกร้องขอความช่วยเหลือได้อย่างยากลำบากกว่านี้ และก็ยังไม่รู้ว่า จะยื่นส่งกุญแจให้แก่ผู้ที่มาช่วยเหลือให้เขาไขจากด้านนอกให้ได้อย่างไร หากไม่ได้ทำการเปิดแง้มกระจกเอาไว้และขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง จนท.ก็ยังมองหาตนไม่เห็น จนตนต้องส่งเสียงเรียกร้องผ่านออกมาจากทางช่องกระจกที่แง้มไว้ และยังได้พยายามที่จะยื่นปลายนิ้วมือผ่านออกมาจากทางช่องว่างของกระจก เพื่อควักมือเรียก จนท. จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมองเห็น " นายสาคร กล่าว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากจะโทษคนที่ออกแบบรถให้เป็นระบบนี้ หรือแบบนี้ ที่มีระบบนิรภัย ที่ทำงานรู้มากเกินไปด้วยไฟฟ้าทั้งคัน จนทำให้รถปิดล็อคและคนขับที่ติดอยู่ภายในออกมาจากตัวรถไม่ได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นนั้น ก็คงไม่ได้เสียทีเดียว เนื่องจากตนก็ไม่ทราบว่าระบบเดิมทั้งหมดนั้น ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบนี้หรือไม่ เพราะตนนั้นเป็นผู้ซื้อรถมือสองมาใช้งาน ซึ่งได้ครอบครองใช้งานมานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยไปดัดแปลงระบบอะไรของตัวรถ ได้แต่เพียงติดตั้งเครื่องเสียงเพิ่มเติมเข้ามาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทางหน่วยกู้ภัยฯ ในพื้นที่ ได้นำรถยนต์พร้อมสายพ่วงแบตเตอรี่มาช่วยทำการพ่วงและสตาร์ทเครื่องยนต์ติดได้แล้ว นายสาคร จึงสามารถเดินทางต่อไปได้ในที่สุด