นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ บอกว่า กรณีเรือประมงบางส่วนหยุดเดินเรือเพราะไม่สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดในการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายไร้การรายงานและไร้การควบคุมหรือไอยูยูว่า ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาคมีเรือประมงทั้งเรือลำใหญ่ เรือลำเล็ก รวมไปถึงเรือประมงพื้นบ้านรวมประมาณ 1,080 ลำ โดยในช่วงนี้มีเรือประมงหยุดออกเรือคิดเป็นร้อยละ 70-80 ของจำนวนทั้งหมดโดยส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการแจ้งจดทะเบียนกับภาครัฐ และบางส่วนไม่มีอาชญาบัตรเพราะเครื่องมือหาปลาไม่ตรงกับเกณฑ์ ทั้งนี้ จากจำนวนเรือประมงที่มีกว่า 1 พันลำนั้นมีเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ประมาณ 400 ลำและคาดว่าในจำนวนนี้ไม่มีอาชญาบัตรประมาณ 200 ลำหรือคิดเป็นร้อยละ 50 นายกำจร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือประมงในจังหวัดสมุทรสาครกำลังรอว่ารัฐบาลจะให้ออกเรือได้เมื่อใด โดยส่วนตัวอยากให้รัฐบาลผ่อนผันออกอาชญาบัตรตามที่เรือประมงมีเครื่องมืออยู่ไปก่อนเพื่อให้สามารถออกเรือได้ หลังจากนั้นทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการเรือประมงและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็มาหารือร่วมกันว่าเพื่อพิจารณาว่าจำนวนเรือประมงที่มีอยู่ในปัจจุบันมีมากเกินไปหรือไม่ จะต้องลดจำนวนเรือประมงหรือไม่ รวมทั้งการปรับปรุงเครื่องมือให้ได้ตามเกณฑ์เช่น การขยายตาอวน และกำหนดวันออกเรืออาจจะให้ออกเรือแบบวันเว้นวันเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องทะเลไทย ซึ่งผู้ประกอบการเรือประมงพร้อมร่วมมือกับรัฐบาล ส่วนแรงงานต่างด้าวในเรือประมงในจ.สมุทรสาครซึ่งคาดว่ามีนับหมื่นคนนั้น ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือประมงยังจ่ายค่าจ้างตามปกติเพราะต้องการรักษาแรงงานไว้ หากรัฐบาลอนุญาตให้ออกเรือได้เมื่อไหร่ จะได้ไม่มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้ แรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่งใช้โอกาสในช่วงนี้ขออนุญาตนายจ้างกลับประเทศต้นทางเพื่อไปเยี่ยมครอบครัว เมื่อใดที่สามารถออกเรือประมงได้ก็จะกลับเข้ามาไทย