เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ยอมรับได้และไม่สามารถยอมรับได้นั้น ไม่แตกต่างกันมาก โดยผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า ร้อยละ 88.49 ยอมรับได้ ร้อยละ 8.79 ไม่สามารถยอมรับได้ และไม่ระบุ/ไม่แน่ใจร้อยละ 2.72
ด้านการยอมรับของประชาชนกรณีหากมีสมาชิกหรือคนในครอบครัวเป็นเพศที่ 3 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.92 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะ ในเมื่อเป็นไปแล้วก็ต้องทำใจยอมรับ ยังถือว่าเป็นคนในครอบครัว ไม่สามารถตัดขาดกันได้ เพียงแต่ขอให้เป็นคนดี สามารถดูแลตัวเองได้ก็พอ และในบางครอบครัวก็มีสมาชิกเป็นเพศที่ 3 อยู่เหมือนกัน รองลงมา ร้อยละ 16.80 ระบุว่า ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะ เป็นการฝืนธรรมชาติ ถือเป็นภาพลักษณ์ของครอบครัว ไม่ชอบเป็นการส่วนบุคคล และร้อยละ 3.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ยอมรับได้และไม่สามารถยอมรับได้นั้น ไม่แตกต่างกันมาก โดยผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า ร้อยละ 77.56 ยอมรับได้ ร้อยละ 17.25 ไม่สามารถยอมรับได้ และร้อยละ 5.19ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการอนุญาตให้เพศที่ 3 สามารถเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เกินครึ่ง ร้อยละ 53.20 ระบุว่า
ไม่เห็นด้วย เพราะ บางคนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเพศไหน อาจเกิดความสับสนวุ่นวายตามมา เช่น การตามหาตัวบุคคล การติดต่อเอกสารหน่วยงานต่าง ๆ ควรใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพเดิม ขณะที่ ร้อยละ 39.44 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ถือว่าทุกเพศควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่ควรเน้นไปที่กลุ่มเพศที่ 3 ที่แปลงเพศแล้ว และร้อยละ 7.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 พบว่า มีสัดส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า มีประชาชน ร้อยละ 43.53 ที่ไม่เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 42.01 ระบุว่า เห็นด้วย และร้อยละ 14.46 ไม่แน่ใจ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการออกกฎหมายยอมรับการจดทะเบียนคู่ชีวิต (สมรส) ของบุคคลเพศเดียวกัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.20 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ ถือเป็นเรื่องความรักของคนสองคน ควรมีสิทธิเท่าเทียมเหมือนกันกับชาย หญิง ทั่วไป ซึ่งเราไม่สามารถไปบังคับจิตใจใครได้ ประกอบกับยุคสมัยเปลี่ยนไป สังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น ดังจะเห็นได้ในต่างประเทศและสังคมทั่วไปที่เพศเดียวกันคบหากันมากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 35.04 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ เป็นการฝืนกฎธรรมชาติที่ว่า เพศชายต้องคู่กับเพศหญิง และยังขัดต่อหลักของศาสนาในบางศาสนา และอาจมีผลกระทบในทางกฎหมายเมื่อถึงคราวต้องเลิกรากันไป และร้อยละ 5.76 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
ผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า มีสัดส่วนผู้ที่เห็นด้วยเพิ่มขึ้น โดยผลการสำรวจ ปี 2556 พบว่า มีประชาชน ร้อยละ 52.96 ที่เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 33.87 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 13.18 ไม่แน่ใจ
ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเพิ่มทางเลือกในการกรอกข้อมูลด้านเพศของเอกสารราชการทุกชนิด ให้มีคำว่า เพศที่ 3 หรือ เพศทางเลือก นอกเหนือไปจาก เพศชายและเพศหญิง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.36 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ จะได้เป็นการระบุให้ชัดเจน เป็นการเพิ่มช่องเพศให้ตรงกับเพศที่อยากจะเป็น และง่ายต่อการระบุหรือจัดประเภท รองลงมา ร้อยละ 35.12 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ไม่สามารถแยกแยะเพศสภาพที่แท้จริงได้ อาจเกิดปัญหาตามมา ควรระบุให้ตรงกับเพศสภาพภายนอกเช่นเดิม และร้อยละ 5.52 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ