หลังจากเดินทางออกจากชายฝั่งจังหวัดสมุทรสงคราม เพียงแค่12กิโลเมตร วาฬบรูด้าน้ำหนักเกือบ1ตันโผล่ใกล้กับเรือของนักวิจัยของกรมทรัพยากรทางทะเลและชาย ฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่นำปืนอัดก๊าซคาร์ บอน ไดออกไซด์ ยิงไปที่ผิวหนังวาฬบรูด้า เพื่อเก็บเนื้อเยื่อของวาฬ โดยไม่เกิดอันตรายกับตัวสัตว์
วันนี้เรามาติดตามภารกิจของทีมวิจัยจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในการเก็บเนื้อเยื่อวาฬบรูด้าที่ท้องทะเลอ่าวไทย เพื่อเตรียมตั้งธนาคารดีเอ็นเอวาฬบรูด้าค่ะ
การเก็บดีเอ็นเอวาฬบรูด้า ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยทำให้รู้ว่าสายพันธุ์ประ ชากรวาฬบรูด้าทั้ง 50 ตัวในอ่าวไทยมีความแตกต่างทางพันธุกรรมกับวาฬบรูด้าจากท้องทะเลแห่งอื่นหรือไม่ รวมทั้งรู้ถึงเส้นทางการเดินทาง การอพยพและพฤติกรรมของสัตว์ชนิดนี้ในเชิงลึก
ปัจจุบันนักวิจัยเก็บเนื้อเยื่อแม่สดใส แม่ทองดี เจ้าเมษา และเจ้าพัทยา ได้แล้ว5ตัว ซึ่งกระบวนการออกเรือไปทำวิจัยต้องใช้เวลาในการเฝ้าติดตาม
แม้จะยุ่งยากในการวิจัย แต่เนื้อเยื่อผิวหนังของวาฬบรูด้าเพียงเล็กน้อยก็ถือว่ามีความหมาย เพราะนักวิจัยจะใช้ต่อยอดหาความสัมพันธุ์ของพ่อ แม่ ลูกวาฬบรูด้า เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้ พร้อมทั้งตั้งธนาคารดีเอ็นเอวาฬบรูด้าในอนาคต
นักวิจัยกังวลว่าแม้แนวโน้มจะพบลูกวาฬเกิดใหม่เฉลี่ยปีละ2ตัวแต่ไม่ได้หมายความหมายความว่าพวกมันไม่โอกาสสูญพันธุ์ เนื่องจากพบว่าอัตราตายก็สูงถึงปีละ 2 - 3 ตัวเช่นกัน
"วาฬบรูด้า" เพียง50ตัวในท้องทะเลไทยกำลังถูกผลักดันให้เป็นสัตว์สงวน ลำดับที่ 16 ของประเทศไทย เพื่อรักษาชีวิตให้อยู่คู่กับท้องทะเลไทย