อธิบดีกรมเจ้าท่า นายจุฬา สุขมานพ บอกว่า หลังจากมีมาตรการตรวจจับเรือผิดกฏหมายเพื่อปลดล๊อดแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและขาดการควบคุม (ไอยูยู)ตั้งแต่วันที่1 กรกฏาคม ถึงวันนี้ คือวันที่5กรกฏาคมพบเรือผิดกฏหมายนำเรือมาขึ้นทะเบียนจำนวนหนึ่ง แต่ก็มีที่ยังเรือจำนวนไม่น้อยที่ไม่นำเรือมาขึ้นทะเบียน และขอผ่อนปรนกฏหมายด้วยการนำเรือมาจอดปิดอ่าวนั้น ขอยืนยันว่า จะไม่มีมารตรการผ่อนปรน หากไม่ทำตามกฏหมาย15ข้อหากออกเดินเรือก็จะโดนจับกุมเช่นเดิม
ส่วนที่บอกว่าจะมีการผ่อนปรนในช่วงนี้ไปจนถึงวันที่ 15 กรกฏาคมนั้นเป็นเพียงเรื่องของการอำนวยความสะดวก โดยกรมเจ้าท่า กระทรวงแรงงาน กรมประทง และกองทัพเรือ จะออกหน่วยเคลื่อนทีเพื่อไปจดทะเบียนเรือ นายท้ายเรือ และ ออกอาชญาบัตรให้ถึงเรือไม่ต้องเดินทางมาในส่วนกลาง
สำหรับข้อมูลการจดทะเบียนเรือ สำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมพบว่ามีเรือมาขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 49,468 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือประมงพื้นบ้าน ที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส รวม 33,511 ลำ
ขณะที่ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง นายอาทร พร้อมพัฒนภัค บอกว่า ช่วงนี้มีเรือประมงประมงจอดต้องยอมรับว่ามีผลแกระทบวัตถุดิบน้อยลง แต่ก้ไม่ได้เดือดร้อนมากนักเพราะส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบจากการเพาะเลี้ยงมากกว่า ซึ่ง อุตสาหกรรมประมงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงนี้
จึงสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลเพราะว่าต้องปลดล๊อคไอยูยูให้ เรือประมงที่ผิดกกหมายควรจะไปขึ้นทะเบียน และทำให้ถูกกฏหมาย ถือเป็นการจัดระเบียบการทำประมงให้ถูกต้องเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประชาคมโลก
สำหรับอาหารทะเลที่ส่งออก ไปยังต่างประเทศปีละประมาณ 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกไปอียูรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท ซึ่งประเมินว่า ผลกระทบจากเรื่องไอยูยูของยุโรป และปัญหาแรงงานมนุษย์ที่ประเมินโดยสหรัฐฯ รวมแล้วจะทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าประมงแช่แข็งไปอียูลดลงประมาณ 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกลดลงโดยตรงประมาณ 10,000 ล้านบาท