ผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ นักวิชาการด้านสภาพอากาศ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ยอมรับว่า เป็นสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่นับว่าแรงที่สุดในรอบ 18 ปี และมีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และมีความเป็นไปได้ว่าปรากฎการณ์ เอลนีโญ่ ในครั้งนี้มีขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มความรุนแรงใกล้เคียงกับเอลนีโน่ในปี 2540 ซึ่งเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์แต่หากดูจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ภัยแล้งในปีนี้อาจไม่รุนแรงเท่ากับปี 2540
สิ่งที่ทำให้ ดร. อานนท์ มั่นใจเช่นนั้น ก็เป็นเพราะปัจจัยเสริม ที่ช่วยให้สถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงของน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย ที่เริ่มมีปริมาณน้ำอุ่นเพิ่มขึ้น ในตำแหน่งที่ใกล้กับประเทศไทย จนเหนี่ยวนำให้เกิดลมมรสุม ตะวันตกเฉียงให้ พัดเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยเชิงบวก (มีภาพ เจาะมาตอนท้าย)
เช่นเดียวกับ ปัจจัยจากการเคลื่อนที่ของคลื่นอากาศจากตะวันตกไปตะวันออก หรือเอ็มเจโอ และกำลังมีอิทธิพลทำให้เกิดฝนอยู่ในตอนนี้ ซึ่งสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 2 สัปดาห์ การบริหารจัดการน้ำจะต้องอาศัยข้อมูลในหลายส่วนมาประกอบด้วยกัน และมองว่าการที่หลายเขื่อนของประเทศไทยขาดแคลนน้ำ ไม่ได้มาจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด
แม้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังในภาพรวมจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมา จาก 16 ล้านไร่ ใน ปี 2557 เหลือ 5 ล้านไร่ ในปี 2558 แต่ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งยังคงอยู่ (มีภาพแผนที่ดาวเทียมพื้นที่ปลูกข้าว)
วันนี้ สถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ยังคงต้องจับตา โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวในเขตชลประทานภาคกลาง อย่าง จ.ชัยนาท ที่ปลูกข้าวในเขตชลประทานไปแล้วกว่า 4 แสนไร่ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง