ถ้าจะดูว่าชาวนาจะมีน้ำปลูกข้าวหรือไม่ต้องมาดูที่ปริมาณน้ำในเขื่อน เขื่อนภูมิพลเป็นหนึ่งในเขื่อนใหญ่ที่กั้นแม่น้ำปิงสายนี้ ก่อนไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ชาวนาในลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่มีน้ำทำนาปลูกข้าว เพราะนี่คือสภาพของเขื่อนภูมิที่เป็นอยู่ในเวลานี้ครับ305 ล้าน ลบ.ม. คือปริมาณน้ำที่ยังเหลือพอระบายออกจากเขื่อนภูมิพลได้ จากจำนวนน้ำใช้เก็บกักสูงสุด 9 พันล้าน ลบ.ม. โดยตอนนี้มีการระบายน้ำออกอยู่ที่วันละ 8 ล้าน ลบ.ม. และหากฝนยังคงทิ้งช่วงต่อไป ก็จะลดการระบายน้ำลงเหลือ 6 - 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ นับเป็นปรากฏการณ์น้ำน้อยที่สุดรองจากปี 2535 โดยน้ำที่ระบายออกไปอาจจะไม่ถึงเกษตรกรในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จนเป็นที่มาที่มีชาวนาในหลายพื้นที่กำลังแย่งน้ำทำนากันอยู่ในเวลานี้ครับ
แม้ว่าเขื่อนภูมิพลจะเป็นเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย แต่ก็มีสัดส่วนเพียง 3% จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าในภาพรวม
ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สั่งเจ้าหน้าที่ชลประทาน ออกแจ้งเกษตรกรห้ามปลูกข้าวนาปีในช่วงนี้เด็ดขาด เพราะเขื่อนภูมิพลไม่สามารถระบายน้ำช่วยได้ ขณะที่เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ปลูกข้าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ข้าวเริ่มยืนต้นตายเพราะขาดน้ำครับ
การพร่องน้ำออกจากเขื่อนเมื่อปี 2555 ให้เหลืออยู่ 45% เพื่อปกกันน้ำท่วมหลังเกิดเหตการน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ประกอบกับปรากฎการณ์เอนีโย่ว ที่ส่งผลให้เกิดฝนแล้งในช่วงนี้ เป็นสาเหตุของวิกฤติ น้ำในเขื่อน หรือไม่อย่างไร เราจะไปตรวจสอบเรื่องนี้กับ คุณณรงค์ ไตรกิจวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล