นี่เป็นคำยืนยันจากนายกรัฐมนตรี ว่าไม่ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อสืบทอดอำนาจพร้อมย้ำว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามโรดแมปสู่การเลือกตั้งเช่นเดิม สัญญานเช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง หลังจาก ครม. จัดทำขอ /ให้ สนช. แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ถ้าไม่มีปัจจัยใดเข้ามาแทรกซ้อน การพิจารณาแก้ไข ก็น่าจะผ่านมติ สนช. ไปได้ไม่ยาก โดยสถานีต่อไป จะอยู่ที่การพิจารณาของ สปช. ทั้งเรื่องการเพิ่มคำถามในประชามติ และ แนวโน้มว่าจะให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่
ในเงื่อนไขที่ ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ผ่านมติ สปช. คณะกรรมาธิการยกร่างฯ และ สปช ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตามกันไป จากนั้น จึงตั้งกรรมการยกร่างฯชุดใหม่ เข้ามาสานต่องานให้เสร็จใน 180 วัน และส่งทำประชามติภายใน 30 ถึง 45 วัน
แต่ในเงื่อนไขที่ ร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านมติ สปช. ก็จะเข้าสู่การทำประชามติในวันที่ 10 มกราคม และถ้าผ่านประชามติไปได้ ก็จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ที่คาดว่า จะเกิดขึ้นได้ในเดือนสิงหาคมปีหน้า แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ทุกอย่างก็ต้องเซ็ตซีโร่กันใหม่ คือตั้งกรรมการยกร่างฯ ทำประชามติไปเรื่อยๆ จนกว่าประชาชนจะเห็นชอบ
แต่โรดแมปเช่นนี้ก็ถูกตั้งคำถาม เพราะไม่ว่าผลจะออกมาในหน้าไหน คสช. ก็จะได้อยู่ในอำนาจต่อไป กลุ่มเรียกร้องประชามติที่เป็นประชาธิปไตย จึงเสนอว่า ถ้าหากทำประชามติแล้วไม่ผ่าน ก็ต้องยกเลิกกระบวนการที่มาจาก คสช. ทั้งหมด และให้เลือกตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชน