เนชั่นทีวี

ข่าว

ระวัง! เครื่องสำอางเถื่อน ผลิตในไทยติดแบรนด์เกาหลี

15 มิ.ย. 2558 | jirasin_yin

ระวัง! เครื่องสำอางเถื่อน ผลิตในไทยติดแบรนด์เกาหลี

ใช้ดีนะ ใช้แล้วขาว นำเข้ามาจากเกาหลี มีตรา อย. ไม่ต้องกลัวอันตราย คำพูดเชื้อเชิญให้ทดลองใช้เครื่องสำอางที่ติดฉลากด้วยภาษาต่างประเทศ ซึ่งการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. พบว่า เครื่องสำอางประเภทนี้นับพันยี่ห้อเป็นสินค้าเถื่อนไม่ผ่านการตรวจสอบ แต่มีการปลอมแปลงตรา อย. และ หมายเลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์ ขึ้นเพื่อหลอกลวงให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และจำนวนไม่น้อยที่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายเช่น สารไฮโดควีโนท กรดวิตามินเอ สารสะเตรอย และปรอทแอมโมเนีย ซึ่งในระยะแรกจะทำให้ผิวขาว แต่ในระยะยาวสารเคมีอันตรายเหล่านี้จะเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ตับอักเสบ ไตวาย ทำลายระบบทางเดินปัสสาวะ โลหิตจาง โรคหัวใจ และมะเร็งผิวหนัง

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทนี้หาซื้อได้ง่ายทั้งในอินเตอร์เน็ต ตลาดทั่วไป หรือแม้กระทั่งบู๊ทจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โดยมักอ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะเกาหลี แม้ราคาจะไม่แตกต่างจากเครื่องสำอางปกติเพียงหลักร้อยบาท แต่ด้วยการโฆษณาที่เกินจริงทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อเลือกซื้อไปใช้
ข้อมูลการตรวจสอบของ อย. พบว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีการติดฉลากภาษาต่างประเทศ จำนวนไม่น้อย ผลิตขึ้นในไทย โดยมีศูนย์กลางการว่าจ้างผลิตอยู่ที่ตลาดเครื่องสำอางค์แหล่งใหญ่แห่งหนึ่งย่านดอนเมือง ทีมข่าวอาชญากรรม ศูนย์ปฏิบัติการข่าวเนชั่น จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ
เกาหลีที่ไหน ทำกันบ้านเรานี่หล่ะใส่ได้หมดไม่ต้องห่วงตามที่น้องต้องการหากต้องการให้ขาวก็ต้องใส่ปรอทมากหน่อย พี่คิดไม่แพงนะกิโลกรัมละ 3 พัน ส่วนตรา อย. และเลขจดแจ้งเราทำได้ คิดค่าบริการ 3,500 บาท ฉลากก็ทำได้ ใช้ภาษาต่างประเทศ เกาหลีล่ะกันตอนนี้เป็นที่นิยม ผู้ค้าผลิตภัณฑ์สำอางค์ในตลาดใหญ่ย่านดอนเมือง รายหนึ่งบอกกับทีมข่าว
จากการสำรวจพบว่า ร้านค้าที่รับผลิตเครื่องสำอางค์ตามความต้องการของลูกค้าที่ต้องการนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคมีอยู่จำนวนมาก เฉพาะในตลาดค้าเครื่องสำอางชื่อดังย่านดอนเมืองเพียงแห่งเดียวมีร้านประเภทนี้หลายสิบร้าน เมื่อรับคำสั่งผลิตแล้วร้านค้าเหล่านี้จะสั่งผลิตต่อในแหล่งผลิตย่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
สอดคล้องกับข้อมูลของ ภญ.ดร.สุมาลี พรกิจประสาน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอม มักอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และมักใช้ภาษาต่างประเทศติดฉลาก เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้วผลิตขึ้นเองในไทย มีการปลอมแปลงฉลากและเลขกำกับสินค้า ซึ่งผู้บริโภคควรระมัดระวัง ซึ่งในแต่ละปีมีการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ปลอมวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมากกว่า 1 พันยี่ห้อ
"เราตรวจพบว่าเครื่องสำอางที่อ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศ และจำหน่ายทั่วไปในอินเตอร์เน็ตหรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า มีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย มีการโฆษณาสรรพคุณว่าจะช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใส อย่างแรกที่พบมากคือ สารปรอทแอมโมเนีย ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ และสารพวกสเตรอยด์ ซึ่งสารสเตรอยด์ หากใช้ในบริเวณที่มีไขมันเยอะจะทำให้เกิดสิว เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดผิวหนังไหม้และผิวหนังแตกลาย ส่วนสารปรอทแอมโมเนียระยะแรกๆจะทำให้ผิวขาวขึ้น แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ผิวจะบางลง ทำให้หน้าดำ และสารเคมีจะเข้าสู่กระแสเลือด เกิดผลข้างเคียงทำให้ตับอักเสบ ไตวาย ทำลายระบบทางเดินปัสสาวะ โลหิตจาง โรคหัวใจ และมะเร็งผิวหนัง ส่วนไฮโดรควิโนน เป็นสารที่ใช้ฟอกสีผิว หากใช้ไปนานๆจะเกิดจุดด่างขาวที่ใบหน้า ทำให้เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย หากใช้ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจทำให้เด็กพิการได้ ตัวกรดวิตามินเอทำให้ผิวหน้าลอก เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้ผิวไม่สามารถทนต่อแสงแดดและเป็นอันตรายต่อเด็กในครรถ์ภญ.ดร.สุมาลี ให้ข้อมูล
ที่ผ่านมาผู้หญิงหลายรายตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อ ตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ที่ผู้จำหน่ายอ้างว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วกลับพบว่าคำโฆษณานั้นไม่เป็นความจริง โดยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นผลิตขึ้นเองในไทยโดยไม่ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
"ซื้อครีมบำรุงผิวหน้าอ้างว่านำเข้ามาจากเกาหลีผ่านทางอินเตอร์เน็ตราคากระปุกล่ะ 1,500 บาท เพราะเห็นภาพโฆษณาที่ดึงดูดใจ หากใช้แล้วจะทำให้ใบหน้ามีความขาวใส รวมถึงมีภาพก่อนใช้และหลังใช้ของผู้ขาย ทำให้มั่นใจว่าหากใช้แล้วใบหน้าจะขาวใสอย่างที่เห็นในโฆษณา ตอนแรกที่ใช้ไม่มีอาการแสบร้อน คิดว่าคงไม่แพ้ แต่เมื่อใช้ไป 1 สัปดาห์ เริ่มมีสิวผดขึ้นเต็มใบหน้า เมื่อใช่ต่อสิวก็ยิ่งขึ้น จนต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการแพ้สารสเตรอยที่เป็นส่วนผสมของครีมที่สั่งซื้อจากอินเตอร์เน็ต ตอนนี้รักษามา 6 เดือน ค่าใช้จ่ายในการรักษาประมาณเดือนละ 3,000 บาท ไม่คิดว่าครีมราคา1,500 บาทจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แพ้ได้เพราะไม่ใช่ครีมราคาถูก น.ส.อนุวรรณ บุญปลูก หนึ่งในผู้เสียหายจากการใช้เครื่องสำอางเถื่อน กล่าว
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ควรตรวจสอบฉลากให้ครบถ้วน โดยต้องมีฉลากภาษาไทยกำกับ ต้องมีชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า มีสถานที่ตั้ง มีเลขที่จดแจ้งและเลขอย. รวมถึงรายการสารเคมีที่ใช้ผลิต วันที่ผลิตและวันหมดอายุ อย่างชัดเจน และให้นำเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบกับเว็บไซด์สำนักงานองค์การอาหารและยา โดยให้พิมพ์หมายเลขเลขที่จดแจ้งลงไปในหน้าเพจสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ หากชื่อสินค้าไม่ตรงกับเลขที่จดแจ้งถือว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นของปลอม ห้ามซื้อมาใช้เพราะจะเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการซึมซับสารปรอทเข้าสู่ร่างกาย หรือหากเป็นสารเคมีชนิดอื่นอาจทำให้ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงเสียชีวิตได้

ข่าวล่าสุด