สธ.เผยเกาหลีใต้ 4 พันคน ร่างกายแข็งแรง
13 มิ.ย. 2558 | lastman

กรมควบคุมโรค เผยผลคัดกรองเบื้องต้น ชาวเกาหลีใต้ 4,000 คนร่วมประชุมในไทย ร่างกายแข็งแรงดี ไม่เข้าข่ายต้องสงสัยป่วยโรคเมอร์ส
ข่าว
13 มิ.ย. 2558 | lastman

กรมควบคุมโรค เผยผลคัดกรองเบื้องต้น ชาวเกาหลีใต้ 4,000 คนร่วมประชุมในไทย ร่างกายแข็งแรงดี ไม่เข้าข่ายต้องสงสัยป่วยโรคเมอร์ส
จากกรณีที่คนเกาหลีใต้ จำนวน 4,000 คน เข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการแพทย์ของบริษัทเอกชนที่ประเทศไทย และผู้จัดงานได้รายงานมาตรการเฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือเมอร์สให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยมีการตั้งเครื่องวัดความร้อนบริเวณสถานที่จัดงาน หากพบผู้เข้าร่วมมีความร้อนร่างกายที่ผิดปกติจะไม่ให้เข้าร่วมการประชุมนั้น
ล่าสุด เมื่อวานนี้(12 มิ.ย.) พญ.จริยา แสงสัจจา ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า จากการตรวจคัดกรองเบื้องต้นพบว่าชาวเกาหลีใต้ทั้ง 4,000 คน มีร่างกายที่แข็งแรงดีไม่มีรายใดเข้าข่ายต้องสงสัยว่าป่วยโรคเมอร์ส และบริษัทเอกชนก็ได้มีการเช่าเครื่องเทอร์โมสแกรนด์ไปติดตั้งไว้ในงานด้วย อย่างไรก็ตาม สธ.ยังมีมาตรการเตรียมพร้อมรับมือในการประชุมครั้งต่อๆไปด้วยว่าต่อไปจะต้องดำเนินการเฝ้าระวังอย่างไร โดยใช้การเตรียมการในครั้งนี้เป็นหลัก
ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคเมอร์สนั้นทุกโรงพยาบาลในสังกัด สธ. มีการเตรียมพร้อมตลอดตั้งแต่โรคซาร์ส ที่สธ.ได้มีการสั่งการให้โรงพยาบาลทุกระดับของสธ.เตรียมพร้อมรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ เช่น การเตรียมบุคลากรหลัก เตรียมบุคลากรสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งบุคลากรทุกคนต้องได้รับการอบรมหากเกิดกรณีฉุกเฉินและหากพบผู้ป่วยต้องสงสัย แพทย์ที่ทำการตรวจก็จะต้องมีการใส่ชุดป้องกันร่างกาย เช่น ใส่ถุงมือหน้ากาก แว่น รองเท้า เป็นต้น
หากพบผู้ป่วยที่เข้าข่าย เช่น กลับมาจากประเทศที่พบการระบาดภายใน 14 วัน แล้วมีอาการไข้ ทางโรงพยาบาลก็จะทำการตรวจอย่างละเอียดในห้องแยกโรคเฉพาะซึ่งขณะนี้มีครบทุกจังหวัดแล้ว ส่วนในโรงพยาบาลเอกชนหากไม่มีห้องแยกโรคขณะนี้ในกรุงเทพนั้นโรงพยาบาลเอกชนสามารถส่งต่อมาได้ที่ รพ. ราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตราชธานี สถาบันโรคทรวงอก และสถาบันบำราศนราดูร นอกจากนี้ก็ยังมีรพ.สังกัดโรงเรียนแพทย์ กองทัพ เป็นต้น
พญ.จริยา กล่าวอีกว่า สำหรับงที่สถาบันบำราศนราดูรมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่เส้นทางเฉพาะในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ นอกจากนี้ยังมีห้องแยกโรคไม่ให้ผู้ต้องสงสัยไปอยู่กับผู้ป่วยทั่วไปอีกด้วย ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจริงๆขณะนี้ทางสถาบันบำราศนราดูร มีห้องแยกรองรับผู้ป่วยได้ 3 คน แต่หากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีกก็จะมีการปรับแผนเหมือนเหตุการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็จะมีการปรับโซนแยกผู้ป่วย และปรับเปลี่ยนตามแผนที่สธ.ได้ซักซ้อมไว้แล้ว และเบื้องต้นสธ.ได้ทำคู่มือคำแนะนำในการดูแลและสังเกตอาการของโรคเมอร์สไว้แล้วซึ่งคู่มือดังกล่าวมีการจัดพิมพ์เป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และอังกฤษ