สนช.สมชาย แสวงการ พูดถึงการเปิดประชุม สนช.เพื่อพิจาราการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ว่า มีประเด็นแก้ไขมากกว่าเรื่องการทำประชามติ ทั้ง มาตรา 8(4) เรื่องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ขาดคุณสมบัติในการเป็น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และ สภาปฏิรูปแห่งชาติ
ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาว่าจะยกเลิกการถูกเพิกถอนสิทธิในอดีต เพราะมีคนอยากช่วยบ้านเมือง ก็น่าจะเปิดโอกาสได้ และไม่คิดว่า คสช.ฉีกหลักการตัวเอง เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 35 กำหนดเกี่ยวกับกลไก ไม่ให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเรื่องของอนาคต คือ ให้การร่างรัฐธรรมนูญคำนึงถึงเรื่องนี้
ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ นั้น คุณสมชาย บอกว่า เป็นเรื่องที่มีการเขียนในร่างรัฐธรรมนูญซึ่งถูกวิจารณ์มากว่าจะมีการสืบทอดอำนาจ แต่ในร่างแก้ไขนี้มีการกำหนดหน้าที่ไว้ชัดเจน คือ ทำงานต่อจากสภาปฏิรูป จึงเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาในการพิจารณา 3 วาระรวด เพราะขณะนี้ คสช.มีอำนาจรัฎฐาธิปัตย์หยุดยั้งความสูญเสีย ต้องเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหา จึงต้องเป็นคนเลือกผู้ที่จะมาทำงาน การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งสภาขับเคลื่อนฯ 200 คน แน่นอนว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ผู้นำในภาวะวิกฤตต้องเด็ดขาด
สนช.สมชาย บอกว่า ในวันอังคารที่ 16 มิ.ย.นี้ เวลา 11.00 น. รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม จะมาชี้แจงในที่ประชุมวิป สนช.คงมีการถามรายประเด็นที่มีการแก้ไขเพื่อให้เกิดความชัดเจน ทั้ง กรณีกรรมาธิการยกร่างฯ มี สปช. 20 คน สปช.เหล่านั้นต้องหมดวาระลงหรือไม่ ถ้าหมดวาระก็จะทำให้ต้องมีการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ เพิ่ม ดังนั้นจึงต้องหารือให้เกิดความชัดเจน