รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย เปิดเผยว่า คณะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเมอร์ส ได้มีการหารือและมีมติเห็นว่าจะต้องประกาศให้โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์สเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ส.2523 โดยจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.)ลงนามในประกาศภายใน 1-2 วันก่อนมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการต่างๆมีความชัดเจนตามกฎหมายและเจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในการปฏิบัติงานว่ามีกฎหมายรองรับ
โดยการประกาศให้โรคเมอร์สเป็นโรคติดต่อร้ายแรง จะส่งผลให้การดำเนินการติดตามผู้ที่เข้าข่ายต้องระวังเป็นเวลา 14 วัน หรือจำเป็นต้องกักตัวทำได้โดยไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ
ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีคนเกาหลีที่เดินทางมาประชุมประมาณ 4,000 คน ระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ เป็นการประชุมเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการแพทย์ของบริษัทเอกชน โดยจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกทั้งหมดราว 20,000 คน
ซึ่งผู้จัดงานได้ประสานขอความคิดเห็นมายัง สธ.พร้อมมาตรการในการเฝ้าระวังโรคเมอร์ส โดยจะมีแพทย์ประจำบริเวณสถานที่จัดงาน ติดตั้งเครื่องวัดความร้อนบริเวณทางเข้าสถานที่จัดงาน หากพบว่าผู้เข้าร่วมประชุมมีความร้อนที่ผิดปกติก็จะไม่ให้เข้าร่วมประชุม ซึ่งคนเกาหลีใต้ที่มาเข้าร่วมประชุมไม่ใช้กลุ่มเสี่ยงที่จะแพร่โรค เนื่องจากประเทศเกาหลีใต้มีการเฝ้าระวังผู้ที่ติดเชื้อไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศอยู่แล้ว
ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2558 มีผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้และมีอาการไม่สบายไปตรวจรักษาและแจ้งประวัติการเดินทาง จำนวน 11 ราย โดยได้มีการเก็บเชื้อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์ทั้งหมด พบว่าให้ผลเป็นลบคือไม่ติดเชื้อเมอร์ส โควี
นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีการตรวจติดตามผู้ที่เดินทางไปประกอบศาสนกิจแถบตะวันออกกลางแล้วกลับมามีอาการป่วย ในปี 2555 จำนวน 5 ราย ปี 2556 จำนวน 7 ราย ปี 2557 จำนวน 10 รายและปี 2558 จำนวน 11 ราย ยังไม่พบผู้ที่ติดเชื้อเมอร์ส โควีเช่นกัน
สำหรับโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือเมอร์ศ นับเป็นโรคที่ 7 สธ.ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2523 จากเดิมที่มี 6 โรค ได้แก่ 1. อหิวาตกโรค 2. กาฬโรค 3. ไข้ทรพิษ 4. ไข้เหลือง 5. โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง(ซาร์ส) 6.อีโบลา