บ้านหนองแต้ หมู่ 5 หมู่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ก็ได้มีการจัดประเพณีบุญบั้งไฟประจำทุกปี โดยปีนี้ชาวบ้านตื่นเต้นต่างก็ตื่นแต่เช้ามาจัดเตรียมขบวนแห่บั้งไฟ โดยเฉพาะขบวนรำเซิ้ง ที่ต้องมีนางรำจำนวนหลายคน ที่ลูกหลานต่างก็มาช่วยแต่งหน้าทาปากให้สวยงาม จนกระทั่งถึงเวลาแห่บั้งไฟในช่วงบ่ายเสียงดนตรีคึกคกสนุกสนานก็เริ่มบรรเลงแห่บั้งไฟไปตามถนนกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ไม่ได้ร่วมจัดขบวนแห่ก็จะมารอดูชมและร่วมฟ้อนรำตลอดตามสองข้างทาง
ภายในขบวนแห่บั้งไฟนอกจากความคึกคักสนุกสนาน ของนางรำที่ต่างก็รำเซิ้งตามจังหวะของดนตรีอย่างพร้อมเพรียง มีกลุ่มบันเทิงที่แต่งตัวเพิ่มสีสันหลากหลายบางคนทาหน้าตาด้วยถ่าน ที่ขาดไม่ได้คือสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย มีการนำเอาไม้มาทำอวัยวะเพศชายและหญิง ในรูปแบบต่างๆที่เชื่อกันว่ามีความสัมพันธ์กับการขอฝน เป็นการกำเนิดความอุดมสมบูรณ์ โดยได้นำเอาพืชผักจัดสวนสวยงาม แม้แต่พริกยังนำไม้มาทำเป็นเป็นรูปร่างของอวัยวะเพศ หรือปลัดขิกสีแดงไว้เต็มต้น
แต่ที่สร้างสีสันแปลกใหม่และให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมอย่างคึกคักคือเวทีรำวงการกุศลเคลื่อนที่ ที่เป็นกลุ่มสุดท้ายปิดขบวนแห่ ทำให้เป็นเวทีรำวงด้วยการใช้ท่อเหล็กเชื่อมให้เป็นเวทีรูปทรงสี่เหลี่ยม ติดล้อลาก ทำเป็นช่องประตู ทางเข้ามีไซ มีข้องผูกมัดติดไว้ สำหรับใส่ผู้ที่จะเข้ามารำวงกับนางรำ นอกจากนี้ยังลากเอาควายติดล้อเลื่อนไปด้วยสร้างความสนุกสนานให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก นางรำแต่ละคนต่างก็แต่งตัวสวยงามย้อนยุค เต้นรำเดินไปตามขบวนภายในเวทีอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย มีผู้เหมารอบกันเป็นระยะๆ
นายไพบูลย์ บุญลา ซึ่งเป็นหัวหน้าวงบอกว่า ไอเดียทำรำวงการกุศลและทำเวทีเคลื่อนที่ร่วมขบวนแห่บั้งไฟ เป็นการคิดร่วมกันของสมาชิก เพราะเห็นว่าขบวนแห่ซึ่งมักจะมีนางรำมีดนตรีการละเล่นที่บันเทิงอยู่แล้ว รำวงการกุศลก็มีความสนุกสนานให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมสนุกสนานไม่แพ้กัน
นอกจากนี้ผู้ที่จะเข้ามารำก็ยังได้ร่วมทำบุญเอาเงินหยอดในไซในข้อง อีกด้วย เงินที่ได้ก็จะนำมาเป็นเงินกองกลางของหมู่บ้าน ที่ใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของชุมชน จึงลงขันทำเวทีเคลื่อนที่แบบคอกติดล้อเลื่อนถอดเก็บได้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย นางรำทุกคนก็มีความตั้งใจเดินไปรำไปจนถึงวัดระยะทางไปน้อยโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั้งที่อายุแต่ละคนก็ไม่น้อยกันแล้ว