จากการประชุมคณะทำงานด้านวิชา การการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปะการังได้เชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านปะการัง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความเสียหายของทรัพยากรทางทะเลจากการท่องเที่ยว
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี บอกว่าสถานภาพของแนวปะการังในขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤติมาก โดยเฉพาะผลกระทบจากปะการังในแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำชื่อดังเช่น หมู่เกาะพีพี เกาะตาชัย
โดยผลการสำรวจสถานภาพปะการังในพื้นที่1.2 แสนไร่ในปี 2258 พบว่ามีปะการังที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีมากไม่ถึง5% และพื้นที่แนวปะการังในเขตท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมมากคือ1. หาดป่าตอง 2.หาดในยาง 3.อ่าวรน จ.ภูเก็ต 4.เกาะปู 5.เกาะศรีบอยา 6.อ่าวพีพีดอน 7.พีพีเล 8. อ่าวมาหยา จ.กระบี่
นอกจากนี้ที่ผ่านมามีการเรียกร้องจากกลุ่มนักวิชาการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาทางออกและวางแนวทางในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรปะการัง โดยอยู่ระหว่างการทำเกณฑ์ความเสียหายร้ายแรงกับแนวปะการัง โดยอาจพิจารณาใช้มาตรา 22 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประกาศเขตสงวนและคุ้มครองปะการังที่เสียหายอย่างร้ายแรง เพื่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้เสนอต่อรัฐมนตรี โดยห้ามดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่กระทบต่อพื้นที่ปะการังวิกฤติเด็ดขาด