ที่สำนักทะเบียนที่ว่าการ อ.เมืองตรัง นายสุธรรม โตทับเที่ยง พี่ชายคนโตตระกูลโตทับเที่ยงพร้อมภรรยา และน้องชายคือนายสลิล โตทับเที่ยง อดีตประธานหอการค้าจังหวัดตรัง นายแพทย์ไกรสร โตทับเที่ยง บุตรชายและญาติสกุลโตทับเที่ยงอีก 3 คน ได้เดินทางเข้าพบนางเยาวนันท์ ฟองโหย ปลัดอำเภอเมืองตรัง ฝ่ายทะเบียนและบัตร เพื่อยื่นคำร้องเพิกถอนนายสุรินทร์น้องชายคนที่ 3 และและครอบครัวสายตรงของนายสุรินทร์ ใช้นามสกุลร่วม "โตทับเที่ยง" แล้ว
หลังจากที่ได้ออกประกาศผ่านทางอินเตอร์เน็ตแจ้งสังคม และแจ้งไปยังฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพนักงานของธุรกิจในเครือตระกูลโตทับเที่ยงมาก่อนหน้า ซึ่งนามสกุลดังกล่าวนายสุธรรม พี่ชายคนโตเป็นคนจดทะเบียนชื่อสกุลดังกล่าว มาตั้งแต่ พ.ศ.2514
หลังได้ยื่นคำขอเพิกถอนการไม่ให้นายสุรินทร์และครอบครัวสายตรงใช้นามสกุลร่วมโตทับเที่ยงแล้ว ทั้งนายสุธรรม และนายสลิล น้องชาย พร้อมด้วยญาติที่เดินทางมาในครั้งนี้ ต่างก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่าอาจจะกระทบต่อคดีความในชั้นศาล
จากนั้น นายสลิล โตทับเที่ยง และผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงแรมธรรมรินทร์ ธนา เมื่อไปถึงได้รับการปฎิเสธ จาก นายภิญโญ เต็งรัง ผู้จัดการโรงแรม สั่งห้ามมิให้ นายสลิล ดำเนินการใดๆ โดยให้เหตุผลว่า เป็นคำสั่งจากนายสุรินทร์ ที่ห้ามไม่ให้พี่น้อง ลูกหลานฝ่ายนายสุธรรม เข้ามาทำกิจกรรมใดๆ ภายในโรงแรมอย่างเด็ดขาด
นอกจากมาในฐานะเป็นลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวของโรงแรมเท่านั้น โดยสลิล ให้เหตุผลกับผู้จัดการโรงแรมว่า มาเพื่อนั่งทานกาแฟเท่านั้นไม่มีความประสงค์อื่น พร้อมพูดย้อนแย้งว่า ตนเองก็มีหุ้นส่วนมาในฐานะหุ้นส่วนได้หรือไม่ และความจริงแล้วการก่อตั้งโรงแรมธรรมรินทร์ เริ่มมาจาก นายสุธรรมพี่ชายคนโต และมาถึงนายสุรินทร์ ในขณะนี้ การมาสั่งห้ามลักษณะนี้ในวันนี้อาจจะไม่ถูกต้องนัก
นางเยาวนันท์ ฟองโหย ปลัดอำเภอ ผู้รับคำขอยื่นคำร้องเพิกถอนไม่ให้ใช้นามสกุลร่วมโตทับเที่ยงในวันนี้ กล่าวว่า นายสุธรรม ได้เข้ามาขอคำปรึกษาและใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.18 ยื่นคำร้องเพิกถอนนายสุรินทร์ ใช้นามสกุลร่วม โตทับเที่ยง แต่นายทะเบียนไม่สามารถกระทำการได้
เนื่องจาก พ.ร.บ.ชื่อบุคคล พ.ศ.2502 และแก้ไขเพิ่มเติม ปี 2548 รวมทั้งระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยทะเบียนชื่อบุคคล พ.ศ.2551 ไม่ให้อำนาจนายทะเบียนในการยกเลิกการใช้นามสกุลร่วมไว้ แต่สามารถออกเอกสารเพื่อนำไปแสดงในชั้นศาลได้ โดยเอกสารคำร้องดังกล่าว ทางฝ่ายนายสุธรรมคงต้องนำไปฟ้องศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาในการเพิกถอน หรือไม่เพิกถอนการใช้นามสกุลร่วมของนายสุรินทร์ต่อไป
ทางด้านนายสุธี ผ่องไพบูลย์ ทนายความซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสุรินทร์ โตทับเที่ยง กล่าวยืนยันว่า นายสุรินทร์ ไม่แจ้งถอนการใช้นามสกุลร่วมอย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาได้แจงเหตุผลต่อสังคมไปแล้วว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณสุรินทร์ได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อปกป้องธุรกิจที่ครอบครัวโตทับเที่ยงมีส่วนเกี่ยวข้อง สร้างแต่คุณงามความดี สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลและสังคมจังหวัดตรังมาโดยตลอด กับทั้งให้เกียรติและเคารพรักพี่น้องร่วมสายโลหิตทุกคนมาโดยตลอด
ดังนั้น คุณสุรินทร์ จึงไม่อาจยอมรับในข้อเรียกร้องดังกล่าวที่ให้เปลี่ยนนามสกุลได้โดยล่าสุดนายสุรินทร์ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุธรรมและพวก ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว ที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อรักษาสิทธิในการดำเนินคดีดังนั้น ถ้านายสุธรรมและพวกยังยืนยันก็ไม่ให้นายสุรินทร์ ใช้นามสกุลร่วมต่อไป ก็ต้องไปร้องศาลเท่านั้น เพราะนายทะเบียนท้องถิ่นก็ไม่มีอำนาจในการเพิกถอนการใช้นามสกุลร่วมดังกล่าว