เนชั่นทีวี

ข่าว

"สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย" ชี้แจงกรณีพยาบาลให้นมทารกแทนแม่

04 มิ.ย. 2558 | jirasin_yin

"สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย" ชี้แจงกรณีพยาบาลให้นมทารกแทนแม่

กลายเป็นประเด็นร้อนๆขึ้นมา เมื่อภาพนางพยาบาลป้อนนมทารกแทนคุณแม่ที่ประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บ ไม่สามารถให้น้ำนมลูกได้ ในเพจ "สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย" ซึ่งเป็นภาพที่ได้รับเสียงชื่นชมจากสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก จนกระทั่งถูกนายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ โพสต์เฟสบุ๊ค ว่าด้วยหลักเวชปฏิบัติ พูดถึงอันตรายของการให้นมเด็กทารกที่ไม่ใช่บุตรของตนเองว่า "อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ" ทำให้เกิดเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมาก

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟสบุ๊คของตนเองว่า "อ่าน social media แล้วตกใจเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าไม่ควรบริจาคนมแม่ ในเวชปฏิบัติ ถ้าทารกไปดูดนมแม่อื่นที่ไม่ใช่แม่ของตน ทางตะวันตกจะถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ให้ดูแลทารกนั้นเหมือนบุคคลากรทางการแพทย์ ที่ถูกเข็มตำทีเดียว เพราะในนมแม่ที่ไม่ใช่แม่ทารกเอง ไม่ทราบว่ามีเชื้อโรคอะไรบ้าง เช่น HIV ไวรัสบี ไวรัสซี EBV CMV herpes etc.
"ถึงแม้ว่านมแม่จะดีที่สุด ก็ดีที่สุดสำหรับลูกตัวเอง ไม่ควรบริจาคให้ใครเด็ดขาด ถัาจะมีการไห้นมแม่ ก็จะมีธนาคารนม การจัดจำหน่ายต้องมีขบวนการฆ่าเชื้อที่ถูกวิธี โดยคุณค่านมไม่เสีย จะเป็นการลงทุนที่สูงมาก" ศาสตราจารย์นายแพทย์ ยง ให้ความเห็น

ล่าสุด ทางเพจสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า เรียนคุณแม่และญาติเด็กที่ได้รับนมจากเต้าพยาบาล ท่านโปรดจงมั่นใจในคุณภาพ เพราะเรายึดหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ เราจะไม่แพร่เชื้อโรคจากนมตนเองแน่นอน
1. การให้นมแก่คนไข้เด็กใน รพ.กรณีกระทำการโดยบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีการพินิจพิเคราะห์ ถึงข้อดีข้อเสียแล้ว เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีเจตนาใดๆแอบแฝง นอกเหนือจากการให้ด้วยจิตเมตตา
2. กระบวนการให้นมกระทำโดยบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และกระทำการโดยใช้การตัดสินใจของมารดา ที่ไม่อาจกระทำการให้นมบุตรได้ในขณะนั้น จึงขออนุญาตจากมารดาก่อน และได้รับคำตอบ ตกลงอนุญาต
3. บุคลากรดังกล่าว ซึ่งในขณะนั้นเป็นมารดาอยู่ในระหว่างการให้นมบุตร และมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน และประกันคุณภาพว่าไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบี , ซี ,EBV และอื่นๆเป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสุขภาพประจำปีทุกคน
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้สะเทือนอารมณ์ และงานด้านวิชาการชาติตะวันตก ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอเตือนพี่น้องประชาชน หากจะได้รับนมแม่จากบุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่มารดาของเด็ก
ควรมีการตรวจสอบว่าเป็นนมจากบุคคลติดเชื้อหรือไม่ ?? เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าลูกคุณจะไม่ติดเชื้อแน่นอน

ต่อมา เฟสบุ๊ค Yong Poovorawan ของศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ปัญหาของ social media สังคมต้องแยกให้ออก การเป็นข่าวใหญ่ในเรื่องการบริจาคนมแม่ ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการให้ การเอ็นดู การดูแลเด็กทารก เห็นอกเห็นใจ เป็นเรื่องดี ทุกคนควรสรรเสริญ เยินยอ จะให้เหรียญให้รางวัลก็ไม่ว่ากัน ส่วนอีกประเด็นเป็นเรื่องความรู้ ความเข้าใจ การบริจาคนม ให้ทารกอื่น ที่ไม่ใช่แม่ของตน โดยไม่มีการตรวจกรอง หรือฆ่าเชื้อ เหมือนกับการรับเลือด โดยไม่ได้ตรวจกรอง
"ผู้บริจาคเลือดทุกคน มีร่างกายแข็งแรงและหวังดี เป็นผู้ให้ ควรได้รับการสรรเสริญ แต่เลือดที่บริจาคมาแล้ว ถ้าเจอเชื้อโรคเช่น ไวรัสตับอักเสบ บี (มีมากถึง 4 เปอร์เซ็น) และเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (0.5-1 เปอร์เซ็น) หรือเชื้อ HIV ก็จำเป็นต้องทิ้งไป จะไปให้ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับการบริจาคนม ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับทุกคน ให้มีความรู้ที่ถูกต้อง ต้องมีธนาคารกลาง แบบธนาคารเลือด มาดูแล ผู้เขียนไม่มีเจตนาที่จะกล่าวว่าใคร ต้องการให้ความรู้ แต่มีผู้กล่าวหาเข้ามาด้วยวาจาที่ไม่สุภาพจำนวนมาก " ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง กล่าว

ข่าวล่าสุด