เมื่อเวลา 10.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เตรียมเข้ามอบตัวคดีเกี่ยวข้องการค้ามนุษย์ในวันนี้ี้ ว่า เป็นเรื่องของตัวบุคคล ที่ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา เพราะมีหลักฐานที่ทางตำรวจดำเนินการ ซึ่งจะต้องมีนายทหารพระธรรมนูญเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในการมอบตัวด้วยเพื่อรับรองทางผู้บังคับหน่วยว่าเป็นคนของกองทัพบก อย่างไรก็ตามการที่พล.ท.มนัส ถูกออกหมายจับน่าจะมีหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ที่ถูกจับไปแล้ว ซึ่งข้อมูลจากทางตำรวจถือว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ดำเนินการ โดยไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ และถือเป็นเรื่องเก่า ตั้งแต่ พล.ท.มนัส ดำรงตำแหน่งพันเอก ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า อาจจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินการบางส่วนตั้งแต่ตอนนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกระทรวงกลาโหมจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อขยายผลไปยังกำลังพลคนอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตรผบ.ทบ.ได้ตั้งกรรมการสอบขึ้นมาอยู่แล้วส่วนเรื่องทางคดีเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการไม่เกี่ยวข้องกับทหารที่จะต้องไปขยายผล
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.มนัส ดำรงตำแหน่งมานานแล้ว ไม่มีระแคะระคายบ้างหรือ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี มนัสก็ทำงานดี เท่าที่ทราบเป็นคนที่ตั้งใจทำงานในภาพรวม ถือว่าทำงานให้ประเทศชาติมาเยอะ
เมื่อถามถึง การแก้ปัญหาโรฮิงญาที่มีมากในช่วงนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหามีมากหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเป็นปัญหาของประเทศต้นทาง ต้องไปดูที่สาเหตุว่า พวกที่เขาออกมาเพราะอะไร อยู่ไม่ได้เพราะอะไร และควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไรก็ต้องแก้ไขกันที่ประเทศต้นทาง ประเทศใหญ่ๆ ต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ส่วนการประชุมเรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่ตนจะเป็นประธานในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้นั้น จะมีการพิจารณาในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้ดำเนินการมา
เมื่อถามถึงกรณีที่ชาวโรฮิงญาก่อความไม่สงบขึ้นในค่ายพักพิงที่จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นธรรมดา เมื่อเป็นมนุษย์ย่อมมีโกรธ มีอยาก สำหรับไทยให้ความช่วยเหลืออย่างนี้มานานมากแล้ว สามารถแก้ปัญหาไปได้มาก ไทยปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน เพราะหลายประเทศจับตาดูไทยอยู่ เราทำขนาดนี้เขายังหาว่า เราไม่ให้ความสำคัญ ยืนยันว่างานด้านความมั่นคงต้องดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเองก็อยู่กับปัญหานี้มานาน อาทิ ผู้อพยพชาวกัมพูชา เวียดนาม หรือชาวม้ง ส่วนกรณีที่โรฮิงญาเรียกร้องจะไปอยู่ประเทศมาเลเซียนั้น ก็ต้องไปถามทางมาเลเซียอย่ามาถามตน
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจริงจังกับการแก้ไขการค้ามนุษย์ คิดว่าจะไทยจะสามารถปลดล๊อคจากระดับเทียร์ 3 ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไทยไม่ได้เป็นคนปลดเอง เพียงแต่เราทำให้ดีที่สุด ซึ่งการปลดเป็นหน้าที่ของประเทศที่ให้คะแนน และล่าสุดทางสหรัฐอเมริกา ก็มีความพอใจในการแก้ปัญหานี้ของไทย ถือว่าเราทำงานได้ผล ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ไทยจะมีโอกาสในการถูกปลดออกจากเทียร์ 3 ได้