ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 พ.ค. ที่สน.มักกะสัน นายณัฐวุฒิหรือหนึ่ง ผ่องเมืองปัก อยู่บ้านเลขที่ 3/2 หมู่2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชุติพงษ์ ตระกรุดเงิน พงส.ผนก.สน.มักกะสัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและความบริสุทธิ์ใจในกรณีที่น.ส.ธัญยธรณ์ จริยศักดิพงษ์ อายุ 27 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าตนเองถูกนายณัฐวุฒิบุกรุกเข้าไปในห้องพักในยามวิกาล จนสร้างความหวาดกลัวให้กับตนเองเป็นอย่างมาก
จากการสอบสวนนายณัฐวุฒิ ให้การอ้างว่า ทำงานเป็นรปภ.ที่คอนโดดังกล่าวมานานกว่า 7 เดือน ในตำแหน่งรักษาความปลอดภัย ซึ่งก่อนเกิดเหตุในวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการคุยโทรศัพท์ยืมเงินเพื่อนชื่อนัด(ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว จากนั้นได้นัดแนะให้ไปรับเงินจำนวน 500 บาทภายในห้องพัก และบอกกับตนอีกว่าไม่ได้ล็อคประตูห้องไว้ เมื่อมาถึงให้เข้ามาได้เลยโดยตนเองไม่ทราบเลขที่ห้องพัก ทราบแต่เพียงว่าอยู่ชั้นที่ 42 ห้องแรกตรงหัวมุมทางเดิน ต่อมาก็ขึ้นไปตามเวลานัดหมาย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อมาถึงหน้าห้องพักที่เกิดเหตุ ได้ก้มดูตรงช่องว่าใต้ประตูพบว่ามีแสงไฟประกอบกับช่องตาแมวมีแสงไฟเช่นกัน ตนนึกว่านายนัดรออยู่ภายในห้อง จึงเปิดประตูห้องเข้าไปเนื่องจากไม่มีการล็อคประตูห้องไว้ พบว่าภายในห้องไม่มีเพื่อนอยู่ แต่มีหญิงสาวนอนอยู่ จู่ๆผู้หญิงก็ได้ส่งเสียงร้องเสียงดัง ตนและหญิงสาวคนดังกล่าวต่างคนต่างตกใจวิ่งกันไปคนละทิศคนละทาง โดยตนวิ่งออกมานอกห้อง โดยไม่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ผู้ใดฟัง และพยายามติดต่อนายนัดที่เป็นเพื่อน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งออกเวร หัวหน้ารปภ.ได้มาตามตนเองเพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าว โดยยอมรับว่าได้กระทำการดังกล่าวจริงแต่ไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินหรือบุคคลภายในห้องพัก และยอมรับว่าผิดระเบียบของบริษัทที่เข้าไปในห้องพักอาศัยโดยพลการ ซึ่งโดยปกติจะมีกฎระเบียบห้ามรปภ. เข้าไปในห้องผู้พักอาศัย
ด้าน พ.ต.ท.ชุติพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับแจ้งความเมื่อเวลาประมาณ11.30 น.วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาซึางน.ส. ธัญยธรณ์ ได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาบุกรุกในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทางผู้เสียหายจดจำรูปพรรณของนายณัฐวุฒิได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาเนื่องจากยังให้การวกวน ประกอบกับคำให้การไม่ตรงกับภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้ คงต้องทำการสอบปากคำน.ส. ธัญยธรณ์ โดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการขอหมายจับศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวโดยผู้ต้องหาสามารถประกันตัวในชั้นศาล แต่ขึ้นกับดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่
ต่อมาเมื่อเวลา13.00น. น.ส.ธัญยธรณ์เดินทางมาที่สน.มักกะสันโดยเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ห้องดังกล่าวพ่อซื้อไว้ให้ประมาณ2ปี วันเกิดเหตุกลับมาที่ห้องตอน17.00น. และอยู่ในห้องตลอดเวลา ปกติก็จะล็อกประตูห้องไว้ แต่วันเกิดเหตุไม่แน่ใจว่าล็อกประตูหรือไม่ โดยช่วงประมาณตี5 ได้ยินเสียงเหมือนคนย่องเข้ามาจึงเปิดโคมไฟข้างเตียง เห็นประตูห้องนอนแง้มไว้ จึงเดินไปปิดประตู ก็เห็นคนร้ายหลบมุดซ่อนตัวในราวเสื้อผ้า จึงร้องออกมาเสียงดัง เห็นว่าคนร้ายสวมเสื้อรปภ.มีตราอยู่ที่แขน จากนั้นจึงวิ่งไปกระชากโคมไฟถือไว้เป็นอาวุธป้องกันตัว ทำให้ไฟในห้องดับมืด กะจะฟาดคนร้ายที่ประตู แต่พบว่าคนร้ายไม่อยู่แล้ว จึงเปิดประตูห้องออกไปที่ทางเดินร้องให้คนช่วย วิ่งลงมาข้างล่าง แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรปภ.คนอื่น ๆ แต่เห็นคนร้ายเหงื่อแตกท่าทางพิรุธ จนไปขอดูกล้องวงจรปิดจึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
เหตุนี้ไม่แน่ใจว่ารปภ.คนอื่น ๆ ร่วมรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ปกติ รปภ.จะไม่มีสิทธิ์ขึ้นชั้นบน และห้องของฉันต้องใช้กุญแจไขเข้าห้อง ส่วนคีย์การ์ดใช้สำหรับขึ้นลิฟต์ โดยผู้อยู่อาศัยจะขึ้นชั้นที่เป็นลานจอดรถกับห้องของตัวเองเท่านั้น แต่การให้ปากคำของเขาขัดกับเหตุการณ์จริง เพราะเขาเข้าไปในห้องเกือบ15นาทีและอ้างว่าจำห้องผิด พูดจาวกวน ก่อนหน้านี้เดือนก่อน เงินสดของฉันเคยหายในห้องเกือบ8,000บาท และห้องข้างล่างซึ่งอยู่จุดเดียวกับฉันก็เคยเงินหายไป9,000บาทเช่นกัน แต่ตอนนั้นคิดว่าคนในห้องขโมยไป ตอนนี้ต้องไปนอนบ้านเพื่อนเพราะยังตื่นตระหนกตกใจอยู่ น.ส.ธัญยธรณ์ กล่าวอย่างหวดผวา
ต่อมาทางน.ส.ธัญยภรณ์ เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วพบกับนายณัฐวุฒิซึ่งได้ยกมือไหว้ขอโทษไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปก่อเหตุ ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทางน.ส.ธัญยภรณ์มีท่าทางหวาดกลัวอยู่และได้เดินทางกลับไปทันทีโดยไม่ได้ให้อภัยแต่อย่างใด ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิตามกฎหมายต่อไป