เนชั่นทีวี

ข่าว

เล็งแก้ รธน.57 เปิดทางทำประชามติ

20 พ.ค. 2558 | lastman

เล็งแก้ รธน.57 เปิดทางทำประชามติ

มติ ครม.-คสช.เมื่อวาน ชัดเจนว่า จะมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ในบางมาตรา เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างที่มีการเรียกร้องกันทั้งจาก สปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

การแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวครั้งนี้ ครม.และ คสช.เป็นการดำเนินการตามมาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ที่กำหนดไว้ว่า กรณีที่เห็นว่า มีความจำเป็น ครม. และ คสช.จะมีมติร่วมกันให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็ได้ โดยจัดทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสนอต่อ  สนช.เพื่อให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ภายใน 15 วัน โดยมติให้ความเห็นชอบต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สนช.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ 

โดยนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.บอกหลังประชุมวานนี้ว่า การแก้ไข รธน.ปี 57 ครั้งนี้ ก็เพื่อเตรียมตั้งหลักไว้ก่อน หลังทั้ง สปช.ทั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และอีกหลายฝ่ายเสนอมาว่า ให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่นายกฯ ก็ย้ำวานนี้ว่า ขอสื่ออย่าเพิ่งไปตีความยาวไปวันข้างหน้า เพราะต้องรอก่อนว่า สปช.จะผ่าน หรือ ไม่ผ่านร่าง รธน.ที่กรรมาธิการยกร่างฯ ทำอยู่ขณะนี้ 

มาดูกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2557 ที่จะแก้เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติคือตรงไหน อย่างไร รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม บอกวานนี้ว่า สาระสำคัญที่จะระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 คือ แก้ไขเพื่อเปิดทางให้ลงประชามติได้ในอนาคต โดยไม่เป็นอุปสรรค และจัดให้ลงประชามติได้โดยเร็ว โดย ครม.และ คสช.จะร่วมเป็นผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สปช.)จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 15 วัน 

ซึ่งในร่างแก้ไข จะระบุไว้ว่าให้ใครเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้งว่า จะทำประชามติหรือไม่ ซึ่งรองนายกฯ วิษณุ บอกคนที่ตัดสินใจอาจเป็นได้ทั้งครม.หรือ สปช.หรือองค์กรใดก็ได้ แต่เร็วเกินไปที่จะพูดวันนี้ เพราะต้องรอดูมติของ สปช.ก่อน 

ถ้าเราไปดูรายละเอียดในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จะเห็นว่า ขณะนี้คาบเกี่ยวกับมาตรา 36 วรรค 2 ที่กำหนดให้สปช.ขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรธน.ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สปช.เสร็จสิ้นการพิจารณา เมื่อวันที่  26 เม.ย.ที่ผ่านมา

ดูต่อที่ มาตรา 37 ของรธน.ชั่วคราว ที่กำหนดให้คณะกรรมาธิการยกร่าง รธน.ต้องพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา 36 วรรค 2 

เมื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมร่าง รธน.ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอร่าง รธน.ต่อ สปช.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่าง รธน.ทั้งฉบับ โดย สปช.ต้องมีมติภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรธน.จากคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และเมื่อ สปช.มีมติเห็นชอบด้วยกับร่างรธน.ตามวรรค 2 แล้ว ให้ประธาน สปช.นำร่าง รธน. ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สปช.มีมติ 

มาตรา 38 ที่กำหนดว่า ถ้า สปช.พิจารณาร่าง รธน.ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่ให้ความเห็นชอบ หรือ ร่าง รธน.นั้นเป็นอันตกไป ให้ สปช.และ กมธ.ยกร่าง รธน.เป็นอันสิ้นสุดลง

3 มาตรานี้ จะเห็นว่ามีกรอบเวลาที่กำหนดค่อนข้างชัดเจน ทำให้ต้องมีการแก้ไขเพื่อยืดหยุ่นกรอบเวลา และเปิดทางให้มีการทำประชามติได้ โดยเฉพาะกรอบเวลาในมาตรา 37 ที่กำหนดให้กรรมาธิการยกร่าง รธน.ต้องพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ก็มีแนวโน้มที่จะขยายกรอบเวลานี้ออกไปด้วย 

ข่าวล่าสุด