ที่เกิดเหตุพบกำแพงปูนซีเมนต์และประตูรั้วอลูมิเนียของอู่ดังกล่าวพังยับเยิน ติดกันบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณ พบรูปปั้นเสือ ม้าลายแตกล้มเกลื่อน ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ แอล 200 สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผ 2774 กรุงเทพมหานคร ในสภาพหน้ารถฝั่งซ้ายบุบ ประตูคนขับยุบ ล้อคู่หน้ายางแตก ที่เบาะรถฝั่งคนขับพบศพ นายวรวิทย์ แดงช่วย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 179/2 ม.1 ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา สภาพสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ถูดแรงรถอัดกับพวงมาลัยศีรษะพาดออกมานอกกระจกรถ ตรวจสอบพบบาดแผลรอยแตกที่หน้าผาก และคอหัก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพส่ง รพ.ภูมิพลฯ
จากการสอบปากคำ น.ส.มณฑา โพธิ์ศรี อายุ 52 ปี เจ้าของอู่ดังกล่าว ให้การว่า ขณะเกิดเหตุนอนพักผ่อนอยู่ ได้ยินเสียงดังสนั่น เมื่อออกมาดูพบรถกระบะคันดังกล่าวพุ่งทะลุเข้ามาในกำแพงรั้วปูนและรั้วอลูมิเนียม ที่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองภายในพื้นที่อู่ โชคดีเป็นเวลาที่อู่ปิด จึงไม่มีคนในบ้านและคนงานได้รับบาดเจ็บ เมื่อเดินไปดูคนขับพบว่าคนขับเสียชีวิตแล้ว ซึ่งไม่น่าใช่คนแถวนี้เพราะไม่คุ้นหน้า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อประมารณ 1 ปี เคยมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนเสาไฟฟ้าขาดที่นอกรั้วข้างศาลมาแล้ว แต่คนขับไม่เป็นอะไร สาเหตุที่เกิดไม่น่าจะใช่ความเฮี้ยนของศาล แต่เป็นเพราะก่อนถึงอู่ประมาณ 100 เมตร มีสะพานข้ามคลองซึ่งจะเป็นเนิน เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วก็จะเหินจนประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และเคยร้องเรียนไปทาง กทม.ให้ปรับปรุงแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข
ด้าน ร.ต.ท.ไพบูลย์ กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนนี้คาดว่าผู้ตายอาจไม่ชำนาญเส้นทาง ประกอบกับขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อขับมาขึ้นสะพานข้ามคลองซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ รถน่าจะเสียหลักเหินพุ่งชนกำแพงรั้วของอู่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะติดต่อญาติของผู้ตายให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป