ความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮิงญาที่เชื่อมโยงกันสี่จังหวัดทั้งสงขลา สตูล นครศรีธรรมราช และจ.ระนอง ล่าสุดในวันนี้ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก1ราย คือ นายดาเหร็ด หมานสะโต๊ะ เครือข่ายค้ามนุษย์ในอ.รัตภูมิ จ.สงขลา ในข้อหาค้ามนุษย์ กักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ รวมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเป็น62คน และเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้ว27คน ยังเหลืออีก35คนที่ยังหลบหนีหนึ่งในนั้นคือ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ที่เชื่อว่าหลบหนีอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งตำรวจไทยและมาเลเซียกำลังประสานความร่วมมือในการติดตามจับกุม
ส่วนที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค9ส่วนหน้าพล.ต.ต.ปวิน พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8หัวหน้าทีมสอบสวนได้ประชุมสรุปความคืบหน้าการสอบสวนเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค9และภาค8ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นเพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งผลการชันสูตรศพ เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้ง62คน โดยในส่วนของผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้ว27คนนั้นถูกนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนาทวีเพื่อรอส่งฟ้องศาลและคัดค้านการประกันตัวทั้งหมด
ด้านความคืบหน้าการเอาผิดกับนักการเมืองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้โดยเฉพาะ นายบรรจง ปองผล นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ และนายมาเลย์ โต๊ะดิน นายกอบต.ปูยู จ.สตูล ขณะนี้ทั้งสองคนได้ถูกตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยปลดจากตำแหน่งหากพบว่ามีความผิดจริง
ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวโรฮิงญาที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์63คนนั้นขณะนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดยผู้ชาย60คน ถูกนำไปพักที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพชาย จ.สงขลา ส่วนผู้หญิง3คน ส่งไปพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจ.สงขลา โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวและผู้ต้องจะเข้าไปติดต่อต้องได้รับอนุญาติจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น เนื่องจากทั้งหมดเป็นพยานสำคัญในคดีนี้ด้วย