เนชั่นทีวี

ข่าว

คนร้ายหลอกซื้อทองคำแท่ง 120 บาท สูญเงินกว่า 2 ล้าน

10 พ.ค. 2558 | lastman

คนร้ายหลอกซื้อทองคำแท่ง 120 บาท สูญเงินกว่า 2 ล้าน

เมื่อเวลา11.00น. วันที่ 10 พ.ค.58 มีผู้นำข้อมูลมาลงในเฟสบุ๊คว่า มีร้านทองชื่อร้านทองพรพรรณ อยู่ในเขตเทศบาลโพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ถูกหลอกเชิดทองคำแท่งไปจำนวน 12 แท่ง น้ำหนัก 120 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.58ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนที่มารับทองคำแท่งไปไว้ได้




นางสาวรพี ผาสุก อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านทอง็ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 พ.ค.58 ได้มีโทรศัพท์จากลูกค้า ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือนางอุไรวรรณ มาสอบถามราคาทองคำแท่งเพื่อนำไปใช้ในงานแต่งงาน โดยตอนแรกสอบถามว่ามีถึง 50 บาท หรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่ามี แต่ทางลูกค้าบอกว่าอยากได้ถึง 12 แท่ง



ซึ่งตนก็บอกว่ามี จึงได้มีการตกลงซื้อขายกันในราคา 2,250,000 บาท โดยทางลูกค้าจะขอจ่ายเงินโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยหลังจากในเวลา 13.57 น. ก็มีข้อความส่งเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือว่า มีเงินเข้าบัญชี จำนวน 2,250,000 บาท ตนก็รีบนำสมุดธนาคารไปปรับที่ธนาคารก็พบว่ามียอดเงินดังกล่าวจริง จึงเชื่อว่าลูกค้าน่าจะโอนเป็นเงินสด จึงติดต่อให้มารับทองไปได้โดยทางลูกค้าแจ้งว่าจะให้ญาติๆไปรับโดยเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีน้ำเงิน หลังจากนั้นไม่นานก็มีชายคนดังกล่าวมารับทองคำแท่งไป พร้อมกับนำสำเนาใบฝากเงินและสำเนาเช็คธนาคารกรุงศรีมาให้ด้วย



ต่อมาในวันที่ 8 พ.ค.58 ทางธนาคารทหารไทย สาขาบางขุนนนท์ โทรศัพท์มาแจ้งว่า เช็คที่เอามาเข้าบัญชีนั้นถูกอายัด ขอให้มารับเช็คกลับไป ตนก็รีบนำสมุดธนาคารไปปรับอีกรอบก็พบว่า ไม่มีเงินดังกล่าวจึงได้รีบไปรับเช็คก็พบว่า เป็นเช็คของธนาคารกรุงศรี ชื่อเจ้าของเช็คคือนายสมชาย สาฆอ ก็สอบถามทางธนาคารว่า เมื่อเงินเข้าบัญชีมาแล้วจะอายัดได้อย่างไร



ซึ่งทางธนาคารก็บอกว่าทางเจ้าของเช็คไม่มีเงินทำให้ไม่สามารถนำเงินเข้าบัญชีให้ลูกค้าได้ และให้ไปแจ้งความเรียกร้องเอาเอง ทำให้ตนรู้ว่าถูกหลอกแน่ แต่ไม่เข้าใจในระบบของธนาคารว่าเมื่อมีการโอนเข้าบัญชีมาแล้ว จะมีการอายัดได้อย่างไร ซึ่งตนได้แจ้งความไว้กับ ร.ต.ท.ไพศาล ชูสิทธิสกุล ร้อยเวร สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายรายนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีการทำกันเป็นขบวนการ



ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานติดต่อไปยังธนาคารทหารไทยสาขาโพธาราม เพื่อขอดูเช็คสรุปว่าเช็คตัวจริงกับตัวก็อบปี้ที่ชายต้องสงสัยนำมาแสดง กลับไม่เหมือนกัน โดยเช็คดังกล่าวมีการสั่งจ่ายในชื่อนายสมชาย สาฆอ และเช็คที่สั่งจ่ายชื่อนายสมชาย อาศัยอยู่ที่ จังหวัดยะลา ทางตำรวจจึงได้ติดต่อไปยังนายสมชาย ซึ่งแจ้งว่าได้อายัดบัญชีเงินฝากไปนานแล้ว



ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงให้ทำการสืบประวัติการทำธุรกรรมในบัญชีเช็คดังกล่าว พบว่ายังไม่มีการอายัดบัญชีแต่อย่างใด มีแต่การอายัดเช็คเกิดขึ้นเท่านั้น และบัญชียังใช้งานได้ตามปกติซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนัดผู้เสียหายเดินทางเข้าไปยังธนาคารทหารไทยสำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง พร้อมทั้งประสานงานนำชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามนำตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป



อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ได้สันนิฐานว่า มีการทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่มีผู้ติดต่อขอซื้อทอง และการโอนเงินเข้าบัญชีโดยการสั่งจ่ายเป็นเช็ค โดยการโอนเงินเข้าบัญชี และมีSMSแจ้งเตือนไปยังมือถือว่ามีการโอนเงินสำเร็จ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและมอบทรัพย์ให้ไป

ข่าวล่าสุด