โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงสายวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เกี่ยวกับเหตุกาณณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ที่เคยทำงานร่วมกันมา ได้โทรศัพท์มาประสาน หลังได้รับข้อมูลว่า บริษัทจากประเทศอิสราเอลนำเข้าเครื่องมือมาอย่างไม่ถูกต้อง พอรับทราบข้อมูล ก็เดินทางลงไปรับเจ้าหน้าที่ทหารที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล เพื่อให้เชิญตัวชาวอิสราเอลทั้งหมดไปสอบถาม และยังได้ประสานทางแม่ทัพภาคที่1 เชิญทหารเข้ามาร่วมตรวจสอบร่วมกันว่าเครื่องมือดังกล่าวนำเข้ามาถูกต้องหรือไม่อย่างไร
เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ ไม่ใช่เรื่องการเสียศักดิ์ศรี แต่เป็นสิ่งที่สมควรดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง ซึ่งทางทหารก็ได้รายงานมาแล้วว่า ภายหลังหลังสอบถามข้อมูลเสร็จก็ได้ปล่อยตัวแทนของบริษัทชาวอิสราเอลไปหมดแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้(7 พ.ค.) พล.ต.อ.สมยศ กล่าวยืนยัน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าว ทางรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณด้านนี้มาให้ตำรวจสันติบาลและไม่ใช่งบลับ ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นเป็นบริษัทรายที่ 3 แล้ว ที่เข้ามานำเสนอสินค้า แต่มีรายงานว่าทางทหารตรวจสอบพบพฤติกรรมของบริษัทดังกล่าว ซึ่งได้นำเรื่องราวไปโฆษณาประกาศผ่านเว็บไซต์ว่าจะนำสินค้าไปแสดงต่อตำรวจสันติบาลของไทย ใครจะมาดูเชิญมาดูได้ จึงได้มีการประสานเพื่อเข้ามาตรวจสอบดังกล่าว
ผบ.ตร. อธิบายด้วยว่า ตำรวจที่อยู่บริเวณป้อมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจจะไม่ทราบว่าทหารกับตำรวจประสานกันแล้ว ก่อนจะไปให้ข้อมูลแก่สื่อบางสำนักไม่ถูกต้อง จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนว่าไม่มีการประสานหรือขออนุญาตกัน ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนเป็นคนโทรศัพท์ประสานกับทหารและลงมารอรับหน้าอาคารสันติบาลด้วยตนเอง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เกี่ยวว่าทหารมีความระแวงตำรวจหรือไม่ เพราะถ้าระแวงทางการคงจะไม่จัดสรรงบประมาณมาให้
ส่วนบริษัทที่จะเข้ามาเสนอขายสินค้า ต้องแจ้งทางศุลกากร โดยต้องแจ้งตามขั้นตอนว่าจะอยู่กี่วัน นำเข้าสินค้าอะไรเข้ามา แล้วจะเดินทางกลับนำสินค้าออกไปวันไหน ส่วนคนที่นำสินค้าจะเป็นอดีตทหารหรือตำรวจหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ทราบเพียงว่ามาในฐานะพ่อค้าเท่านั้น