สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6 ) ท่าอากาศยาน 2 - คนไทยไปแสวงบุญในเนปาล กลับไทยด้วยเครื่อง C-130 จำนวน 64 ราย เผยนาทีชีวิตตั้งสติ-หาที่ปลอดภัยรอจนเหตุสงบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


ที่สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6 )ท่าอากาศยาน 2 เมื่อเวลา 02.15 น. วันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (c-130H) ได้นำคนไทยที่ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล จำนวน 64 ราย เดินทางมาถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย หลังจากเครื่องบินได้ออกจากประเทศเนปาลเวลา 22.00 น. ซึ่งบรรยากาศภายในสนามบินกองทัพอากาศ(บน.6) ท่าอากาศยาน 2 มีบรรดาญาติของผู้ที่ประสบภัยมารอรับตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เมื่อผู้ประสบภัยได้ลงมาจากเครื่องบินแล้วก็ได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบหนังสือเดินทางและตรวจโรคก่อนที่จะเดินออกมา โดยเมื่อเดินผ่านประตูผู้โดยสารเหล่าบรรดาญาติที่มายืนรอก็ได้โผเข้าสวมกอดกันด้วยความปิติยินดี บางรายถึงกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่จึร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ได้พูดจาซักถามกัน ก่อนทีจะเดินไปเอาสัมภาระ และเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงรายใดไม่มีญาติมารับทางกองทัพได้จัดเตรียมรถบัสไว้ค่อยให้บริการเพื่อไปส่งตามจุดหมายปลายทางต่าง ๆ


น.ส.ชมัยพร แต่งเกลี้ยง อายุ 30 ปี หนึ่งในคณะเดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศเนปาล เปิดเผยวินาทีที่แผ่นดินไหว ว่า ขณะนั้นตนกับคณะกำลังเดินทางไปซื้ออาหารกลางวันเพื่อนำมาถวายพระอาจารย์สมปอง ญาณทีโป วัดป่าเรียน จ.นครศรีธรรมราช ที่เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง ขณะที่ตนกับไกด์กำลังจะเดินเข้าไปในตึกร้านอาหารแห่งหนึ่ง พระอาจารย์ก็ได้เตือนตนให้หยุด จากนั้นไม่กี่วินาทีแผ่นดินก็เริ่มเคลื่อน ตึกอาคารต่าง ๆ ในละแวกนั้นก็เกิดอาการไหวเอนไปมา ตนกับไกด์จึงได้นั่งลงกับพื้นแล้วตั้งสติ ส่วนคณะเดินทางที่รออยู่บนรถก็รีบลงมาจากรถและหาที่ปลอดภัย ตนกับคณะต้องเผชิญกับอาการของแผ่นดินไหวอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงเต็มๆ ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบ ซึ่งสภาพแวดล้อมขณะนั้นเต็มไปด้วยความโกลาหล ซึ่งสภาพตึกที่ตนจะเข้าไปซื้ออาหารนั้นก็ได้ถล่มลงมายับเยิน


น.ส.ชมัยพร กล่าวต่อว่า หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้สงบลงทางคณะก็ได้เดินทางมาที่โรงแรมแห่งหนึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที เพื่อเข้าพัก แต่โรงแรมดังกล่าวได้ปิด ทางคณะจึงต้องพักบริเวณหน้าโรงแรมจนรุ่งเช้าตั้งสติได้ก็ได้พากันออกไปซื้ออาหารมาไว้เป็นเสบียง และยังนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยคนอื่นอีกด้วย


เหตุการณ์ในครั้งนี้คณะเราถือว่าโชคดีกว่าคนอื่นเพราะทางทัวร์ที่เราไปนั้นดูแลเป็นอย่างดีหาที่พักและอาหารให้ครบทุกมื้อ ต้องขอขอบคุณทางมุฑิตาทัวร์ไว้ในที่นี่ด้วยที่ช่วยเหลือพวกเราโดยตลอดน.ส.ชมัยพร กล่าวปิดท้าย


ส่วน ด.ช.กิตติกวิน สังข์ทอง เจคอป หรือน้องบอส อายุ 11 ปี ผู้ที่ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าว่า ตนพร้อมเพื่อนได้เดินทางไปแสวงบุญกับพระอาจารย์ที่กรุงกาฐมาณฑุ ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหวตนยืนอยู่หน้ารถบัส และกำลังจะเดินไปทานข้าว ต่อมาต่อมารู้สึกมึนหัว เมื่อรู้ว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวจึงรู้สึกกลัวมาก จากนั้นจึงหาที่หลบ หลังจากเกิดได้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาจะมีทหารมารับ ทำให้รู้สึกดีใจมาก และก็ไม่อยากจะเดินทางกลับไปที่ประเทศเนปาลอีกแล้ว


ด้าน นาวาอากาศเอก พรเดช คงปั้น รองผู้บังคับการกองบิน นักบินที่1 เครื่องบินที่เดินทางไปรับผู้ประสบภัยในวันนี้ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ทำหน้าที่สำเร็จ โดยถือว่าทางเราโชคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ที่ประเทศเนปาลอำนวยความสะดวกให้จึงสามารถนำเครื่องลงจอดรับผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนั้นการจราจรทางอากาศหนาแน่น