โบราณสถานที่เป็นมรดกโลกของเนปาลอย่างน้อย 4 แห่ง พังราบเป็นหน้ากลอง ยากจะปฏิสังขรณ์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ความรุนแรงของแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ที่เนปาล นอกจากจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000คนแล้ว ยังสร้างความเสียหายให้กับโบราณสถานอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่หาค่ามิได้อีกด้วย
โบราณสถานอย่างน้อย 4 แห่ง จากทั้งหมด 7 แห่ง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า "กาฎมัณฑุ แวลลีย์" และ 3 แห่งในนี้ อยู่ที่จตุรัสโบราณ "เดอร์บาร์" และได้รับความเสียหายจนยากจะปฏิสังขรณ์
ที่เมืองภักตะปุร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก็บรักษาโบราณสถานไว้ดีที่สุด ก็พบว่า บ้านเรือนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด พังพินาศ และวัดเสียหายถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ รวมทั้งหอธารหารหรือ หอพิมเสน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหอสูงระฟ้ากลางกรุงกาฎมัณฑุ สร้างโดยนายกรัฐมนตรีคนแรกของเนปาล เมื่อปี ค.ศ.1832 และเป็นสถานที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่ต้องปีนบันไดกว่า 200 ขั้น เพื่อขึ้นไปชมวิวด้านบน
ทั้งจตุรัสภักตะปุร์ และปาทาน ต่างได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะวัดขนาดใหญ่ในภักตะปุร์ พบว่า หลังคาพังลงมา ส่วนวัดวัตศาลา ดูร์กา ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ที่ขึ้นชื่อเรื่องผนังหินทราย และเจดีย์ยอดทองคำ ก็พังทลายลงมาเช่นกัน ยังไม่ร่วมพระราชวังและลานกว้างโดยรอบอีกหลายแห่ง ที่ยูเนสโก เรียกว่า เป็นศูนย์รวมของสังคม ศาสนาและความเป็นเมืองแห่งกาฎมัณฑุ และที่น่าเสียดาย คือ มีอาหารหลายแห่งในเมืองปาทาน ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก็เหลือแต่ซากด้วยเช่นกัน
นอกจากวัดและสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดูแล้ว ยังมีสถูปสวะยัมภูนาถ ที่เป็นของชาวพุทธและสร้างเมื่อศตวรรษที่ 5 ก็ได้รับความเสียหาย ส่วนมหาเจดีย์เบาธนาถ ทำให้ฐานสถูป และเสาทองคำ แตกร้าว ไปจนถึงยอด เช่นเดียวกับวัดฮินดู "ปศุปฏินาถ" ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า โบราณสถานเหล่านี้ จะสามารถปฏิขรณ์กลับมาให้ใกล้เคียงของเดิมได้หรือไม่