สมุทรปราการ - หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 80 กิโลเมตร จนถึงขณะนี้มีรายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,000 คน คนและมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากรวมทั้งอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ซึ่งอุบัติภัยครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดของเนปาลในรอบ 80 ปี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


สำหรับคนไทยที่เดินมางกลับมาเป็นกลุ่มแรกนี้ เดินทางมากับสายการบินไทย 2 เที่ยวบินคือ TG 3209 เวลา 18.30น.จำนวน 11 คน ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่ล่าช้าเมื่อวานนี้ และ เที่ยวบินที่ TG320 ถึงไทยเวลา 19.45 น. จำนวน 13 คน ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ


นายณัฐพล จรูญศักดิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างภาพอิสระ กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนรวม 4 คนเดินทางไปปีนเขาชั้นเบสแคมป์ที่ยอดเขาเอเวอร์เรสตั้งแต่วันที่ 8-25 เม.ย.ที่ผ่านมา และตามกำหนดคือจะเดินทางกลับวานนี้ แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวก่อน โดยวันที่เกิดแผ่นดินไหวอยู่ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินกลับ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติตรีภูวัน กรุงกาฐมาณฑุ จู่ๆก็มีแรงสั่นสะเทือนเหมือนมีคนเอาปั้นจั่น 10ตัวมากระแทกพร้อมกัน จึงบอกเพื่อนๆที่ไปด้วยกันให้หาที่หลบภัย ก่อนสนามบินจะอพยพให้ทุกคนออกไปยืนอยู่ที่รันเวย์แทนเพื่อความปลอดภัย จากนั้นก็มีอาฟเตอร์ช๊อคเรื่องยๆ จนกระทั่งสายการบินแจ้งว่าต้องยกเลิกเที่ยวบินไม่สามารถกลับได้ ตอนนั้นติดต่อสถานทูตยังไม่ได้ จึงชวนเพื่อนออกไปหาที่พักใกล้ๆกับสนามบิน โดยมีชาวอินเดียและสัญชาติอื่นรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งเช้าสามารถติดต่อสถานทูตและสายการบินได้ ก็เลยทราบว่าจะมีเที่ยวบินมาไทยเที่ยวแรกตอน 13.30น.จึงมาลงชื่อเพื่อเดินทางกลับ ซึ่งก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นก็เกิดอาฟเตอร์ช๊อคอีกรอบ


นายศิขรินทร์ อุดมวงษ์ หนึ่งในนักท่องเที่ยวไทยที่ไปปีนเขาที่เนปาล ซึ่งจะกลับในเที่ยวบินวานนี้เช่นกัน เล่าให้ฟังว่า ขณะที่รอขึ้นเวลาประมาณ 12.00น.ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหว ทางสนามบินจึงอพยพคนออกไปอยู่ที่รันเวย์ หลังจากนั้น ก็รับทราบว่าการบินไทยยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าว จึงเดินทางเข้าไปพักในตัวเมือง ระหว่างนั้นก็ติดต่อสถานทูตไม่ได้ เพราะจากสายไม่ว่าง จึงเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ยังเปิดให้บริการ พอรุ่งเช้าจึงเดินทางไปสถานฑูตก็มีป้ายประกาศให้ไปที่บ้านของฑูต จึงตามไปจากนั้นก็ได้รับการดูแล และสามารถเดินทางกลับมาไทยได้


ด้านนายประเสริฐ อภิบุญญา ซุปเปอร์บอร์ด กสทช. กล่าวว่า เดินทางไปประชุมเกี่ยวกับรถยนต์ที่เมืองกาฐมาณฑุตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างประชุมที่โรงแรมในเมือง ทำให้ต้องยกเลิกการประชุม ช่วงแรกไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ แต่ยังพอมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงติดต่อเพื่อนที่กรุงเทพฯขอความช่วยเหลือ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจำเป็นต้องนอนที่สนามบิน ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากสนามบินไม่ใหญ่ และมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก จึงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง


ทั้งนี้ยังมีคนไทยที่พำนักอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประมาณ 50 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มข้าราชการและครอบครัว 20คนและกลุ่ม คนไทยที่อยู่อาศัยในกรุงกาฐมาณฑุ 30 คนซึ่งทุกคนปลอดภัยดี และแจ้งความประสงค์ยังไม่กลับประเทศ

สำหรับคนไทยที่ต้องการที่พักชั่วคราว สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเข้าพักได้ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต (Dev Nivas) ได้ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดสาย Hotline หมายเลข +977 980 106 9233 และ +977 984 124 2094


**ส่วนกรมคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล ก็ได้เปิดสาย Hotline 4 หมายเลข ได้แก่ 085-9114076,0854-0037190-2 ระหว่างเวลา 08.00-22.00 น.