จากกรณีที่มีผู้พบศพ ส.ต.อ.หญิง ณปภัช นวลเอียด ตำรวจประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตภายในแฟลตข้าราชการ กองกำกับการสุนัขตำรวจ ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ในสภาพถูกทุบด้วยของแข็งอย่างแรงจนศีรษะยุบเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในห้องพัก อีกทั้งยังพบร่องรอยการต่อสู้ หลังเกิดเหตุตำรวจพุ่งเป้าผู้ต้องสงสัยไปที่ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ นวลเอียด ผบ.หมู่ กก.1 บก.สอ.บช.ตชด. สามีผู้ตายที่เป็นตำรวจ ตชด. เนื่องจากมีพยานได้ยินทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงจะเงียบไป กระทั่งวันถัดมาเพื่อนผู้ตายเกิดเอะใจว่า เหตุใดผู้ตายไม่ยอมมาทำงาน จึงเดินทางมาหาที่ห้องพัก กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว ภายหลังเกิดเหตุได้วันเดียวฝ่ายชายได้ตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิต บริเวณป่าละเมาะข้างถนนมิตรภาพ กม.83-84 ฝั่งขาเข้านครราชสีมา ริมอ่างลำตะคอง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นั้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 26 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชน ว่า กรณีเกิดเหตุสลดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หน้าห้องทำงานของตนนั้น เมื่อเรื่องเกิดขึ้นก็คงมีคำถามตามมา เเละเพื่อให้ทุกอย่างเป็นที่กระจ่าง ตนจึงควรออกมาพูดเรื่องนี้
ก่อนอื่นต้องขอท้าวความไปว่า เมื่อช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.นั้น ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ได้ถูกส่งตัวมาทำหน้าที่เป็นชุดติดตามตนอยู่พักหนึ่ง เมื่อมาได้สักพัก ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ก็ได้มาขอให้ตนช่วยย้ายพ่อของเขาซึ่งอยู่ที่ ตชด.ให้มาอยู่ที่ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งตนได้ดำเนินการให้ หลังจากนั้น ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ก็บอกอีกว่า มีภรรยาเป็นตำรวจเหมือนกันอยู่ที่ ตชด.หัวหิน อยากให้ย้ายหรือขอให้มาช่วยราชการที่สำนักงานได้หรือไม่ ตนจึงเห็นด้วยเพราะเห็นว่าสามีภรรยาถ้าได้อยู่ใกล้กันก็เป็นสิ่งที่ดี และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ก็บอกให้เขาพามา โดยที่การพามา ผมไม่ได้รับรู้รับเห็น เพราะมอบอำนาจให้นายเวรเป็นคนดำเนินการ เพราะผมไม่ค่อยได้ไปสุงสิง หรือพูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มาช่วยราชการ เพราะว่ามีภารกิจมากมาย
เเต่พออยู่มาสักพักก็สังเกตพฤติการณ์ หรือนิสัยใจคอของ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ พบว่าเป็นคนใจร้อน อารมณ์รุนแรง และก็มีการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่มีวินัย ตนจึงได้ส่งตัว ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ กลับต้นสังกัด ขณะวันที่จะส่งตัวตนยังได้เรียกมาพูดคุย โดยตนเรียกเขาว่า เบิร์ท ซึ่งเป็นชื่อเล่น ถามว่า เบิร์ท มึงโกรธนายหรือเปล่าที่นายส่งตัวกลับ ซึ่งเขาก็บอกว่าไม่โกรธ เพราะรู้ตัวว่าเป็นความผิดของเขา เขาทำตัวไม่ดี ประพฤติไม่เหมาะสม ใจร้อน ซึ่งเมื่อทางทีมงานหน้าห้องพิจารณาแล้วว่า ขืนอยู่ต่อไปอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่การงานของตน ก็เลยส่งตัวกลับ จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ตนมารับทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.ประมาณ 2 ทุ่ม ถ้าสื่อจำได้ดี วันนั้นตนมีประชุมผู้บริหาร ตร.เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ เลิกประชุมประมาณ 1 ทุ่ม จากนั้นตนได้ไปประชุมต่อเรื่องจัดประกวดพระ จึงไม่ได้มีโอกาสรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น กระทั่งประชุมเสร็จ นายเวรถึงมาบอกตน ซึ่งตนตกใจกับเหตุการณ์นี้ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พอทุกคนรับรู้รับทราบเรื่องนี้ ทุกคนก็มั่นใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็นการกระทำของ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ แน่นอน เพราะว่าพฤติการณ์หรือนิสัยใจคอเขา ทุกคนในสำนักงานรู้ว่าเป็นคนใจร้อน ช่างคิดเองอะไรเอง คาดคิดไปเองตลอด หลังจากรู้เรื่องตนได้สอบถามนายเวรว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุมาจากอะไร
ซึ่งก็ได้รับรายงานจากนายเวรที่อยู่หน้าห้องว่า เมื่อวันพุธ22 เม.ย.ที่ผ่านมา ส.ต.อ.หญิง ณปภัช ได้มาบอกกับคณะทำงานที่หน้าห้องว่า อยากจะขอย้ายไปทำงานที่ตำรวจทางหลวง จ.อุทัยธานี และขอให้ช่วยย้าย ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ สามีด้วย แต่การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ยังไม่ถึงวาระ เพียงแต่สำนักงานหวังดีว่าเมื่อตนเกษียณอายุราชการแล้ว ก่อนเกษียณจะต้องสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชาไปอยู่ในตำแหน่งที่เขาต้องการ บางคนก็อยากจะกลับบ้าน บางคนอยากจะไปอยู่ที่นั่นที่นี่ ซึ่งเป็นเพียงการสอบถามเฉยๆ แต่ยังไม่มีการพิจารณาอะไร และคณะทำงานก็ไม่เคยนำมาเสนอตน ตนไม่เคยรับรู้รับทราบ ซึ่งที่เกิดเหตุทุกคนก็สันนิษฐานว่า ส.ต.อ.หญิง ณปภัช มาขอย้ายแล้วมีชื่อ โดยชื่อถูกรวบรวมโดยสำนักงาน ไม่ได้เกี่ยวกับตน แต่ไม่มีชื่อ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ซึ่งทางสำนักงานได้บอกว่า ถ้าจะให้ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ย้ายต้องนำประวัติ นำเอกสารมา ซึ่งมีการนัดกันว่าจะให้นำมาภายหลัง แต่มาเกิดเรื่องขึ้นก่อน
สำหรับตนก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่ามันไม่น่าเกิด เกิดขึ้นเพราะว่า ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ไปคิดเองว่า จะโยกย้ายหรือย้าย ส.ต.อ.หญิง ณปภัช แต่ตัวเองไม่ได้ย้าย ซึ่งผมเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลย แล้วการแต่งตั้งโยกย้ายก็ยังไม่เกิดขึ้น การโยกย้ายในระดับชั้นประทวน อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นของผู้บัญชาการในแต่ละหน่วย ไม่ใช่อำนาจของตน แต่ถ้าหากต้องการจะสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ต้องทำหนังสือ หรือไปบอกผู้บัญชาการในแต่ละกองบัญชาการให้ช่วยสนับสนุน ถ้าเขาช่วยก็ได้ ถ้าเขาไม่ให้ก็ได้ นี่คือสิ่งที่ในทางปฏิบัติเขาทำกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น จากการสอบถามหลายๆคน เหมือนกับ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ กดดันฝ่ายหญิงให้มาขอร้อง ขอความช่วยเหลือกับผู้บังคับบัญชาให้ช่วยย้าย แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น เขาคิดวิตกไปเอง ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาถึงก่อเหตุการณ์นี้ขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าหากเขาเดินมาหาตน ตนก็อาจจะช่วยย้ายให้ได้ เพราะว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ควรจะได้อยู่ด้วยกัน และก่อนหน้านี้ พ่อของ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ตนก็ยังเคยช่วยย้ายให้มาแล้ว เเละคิดว่าเขามีอะไรที่ไม่ปกติ แต่จะมีสาเหตุมาจากอะไร ไม่สามารถรู้ได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีความสนิทสนม หรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ส.ต.อ.หญิง ณปภัช นั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าขำที่สุด ตนคิดอยู่เหมือนกันว่า ทุกคนก็มีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์สงสัย ว่าตนจะสนิทสนมกับนักข่าวผู้หญิงมากกว่าตัวผู้ใต้บังคับบัญชาคนดังกล่าวอีก ขอยืนยันว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเฉพาะผู้หญิง ไม่สามารถเข้าห้องตนคนเดียวได้ ตั้งแต่ตนรับราชการเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจหญิงไม่มีสิทธิ์อยู่ในห้องกับตนสองต่อสอง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตนถือมาโดยตลอด ตำรวจหญิงที่มาช่วยราชการหน้าห้องจะต้องแต่งงาน หรือมีคู่สมรสแล้ว และสาวๆก็ไม่นิยมด้วย ซึ่งกรณีนี้สามีเขาเป็นคนขอย้ายให้มาอยู่ที่สำนักงานตน จะเอาตนไปสาบานต่อวัดพระแก้วมรกตได้เลย เพราะตนไม่เคยคิดที่จะทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด เรื่องที่จะมาเกี่ยวข้องกับตนนั้น ตัดประเด็นไปได้เลย ส่วนเรื่องที่สั่งปิดข่าวนั้น ขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ยืนยันว่าหลังเกิดเหตุไม่ได้สั่งปิดข่าว เพราะกว่าจะรู้เรื่องก็เกือบ 2 ทุ่มแล้ว ตรงนี้อาจเป็นความเป็นความหวังดีของผู้ใต้บังคับบัญชาที่สั่งปิดข่าวเอง ส่วนกรณีที่มีการปักมีดไว้กับนามบัตรของตนนั้น เชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากความโกรธแค้น ที่เข้าใจผิดไปเองว่า ผมขัดขวางเรื่องการโยกย้ายตำแหน่ง ส่วนที่ญาติของ ส.ต.อ.ณัตฐพงศ์ ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตนั้น หากญาติติดใจก็ยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อความกระจ่างของสังคมผบ.ตร.กล่างทิ้งท้าย