แปลงที่ 1 คดีที่ 271 /58 ตาม ปจว.ข้อ 10 คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดพื้นที่รอบแปลงแรกจำนวน18 จุดมีเนื้อที่ 9 1 28 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐบาล เป็นเงินจำนวน 636,036,12 บาท ในขณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ ไม่พบผู้กระทำความผิดตั้งข้อหาผู้กระทำความผิดแปลงที่ 1 ในข้อหา โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ฐานแผ้วถางป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
แปลงที่ 2 คดีที่ 272/58 ตาม ปจวข้อ 11 คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดพิกัดบริเวณรอบแปลงจำนวน 7 จุด คำนวนพื้นที่ได้ 3-2-83 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ เป็นเงินจำนวน 253,015,41 บาทโดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้ยืนต้นถูกกาน 8 ต้น เพื่อให้ยืนต้นตาย ซึ่งไม้ของกลางดังกล่าว ไม่สามารถชักลากออกจากที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากไม้ที่ถูกกานยังยืนต้นอยู่ ในขณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ไม่พบผู้กระทำความผิดเหตุเกิด บริเวณป่าหลังหมู่ บ้านห้วยส้มป่อย ทางทิศเหนือ ท้องที่บ้านห้วยส้มป่อย หมู่ 2 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน นอกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
สืบเนื่องจากเมื่อ 10 เม.ย.เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดย นายบุญมาก นาควัชระ ฯ ได้เข้าทำการตรวจสอบบริเวณป่าหลังหมู่ บ้านห้วยส้มป่อย ทางทิศเหนือ ท้องที่บ้านห้วยส้มป่อย หมู่ 2 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน นอกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พบว่า พื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าวมีการบุกรุกพเพื่อทำการขยายพื้นที่ทำการเกษตร ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบพบว่ามีการตัดไม้ ซึ่งยังคงเหลือสภาพตอไม้ให้เห็นอยู่เป็นพื้นที่เป็นบริเวณกว้างมีไม้ยืนต้นถูกกาน 8 ต้น เพื่อให้ยืนต้นตาย ซึ่งไม้ของกลางดังกล่าวไม่สามารถชักลากออกจากที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากไม้ที่ถูกกานยังยืนต้นอยู่
นายบุญมาก นาควัชระ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า วันนี้ได้รับคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้นำพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.น.น.เจ้าหน้าที่ป่าไม้ กำนัน ต.ผาสิงห์ เข้ายึดพื้นที่ จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 12-4-11 ไร่ รวมค่าเสียหาย 889,051,53 บาท จากการสอบถาม นายจำเนียร ประสานวงศ์ผู้ดูแลบอกว่า พื้นที่บริเวณนี้ เจ้าของอยู่ใน กรุงเทพฯ มีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 700 ไร่ มอบให้ นายจำเนียรฯ เป็นผู้ดูแลซึ่งจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญเจ้าของที่ดินนำหลักฐานกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินมาแสดง ถึงการได้มาถูกต้องหรือไม่ เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 2 แปลง 2 ข้อหา ต่อไปทางด้าน นายจำเนียร ประสานวงศ์อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 32 บ้านห้วยส้มป่อย หมู่ 2 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง กล่าวว่า ที่ดินบริเวณนี้ เจ้าของเป็นนายทุนอยู่ กรุงเทพมหานคร ฯ ให้ตนเป็นผู้ดูแลมากว่า 30 ปี เนื้อที่กว่า 700 ไร่ เดิมที่บริเวณนี้เป็นที่ใบจอง หรือ น.ส.2 คือหนังสือที่ทางราชการออกให้เพื่อเป็นการแสดงความยินยอมให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเป็นการชั่วคราว ซึ่งรัฐออกให้แก่บุคคลผู้ประสงค์จะได้ที่ดิน ของรัฐเป็นของตน โดยบุคคลผู้นั้นได้เสนอความต้องการของตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรก็จะอนุญาตให้เข้าครอบครองที่ดิน และออกใบจองให้ไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาได้ขายเปลี่ยนมือจนถึง เจ้าของคนปัจจุบัน โดยให้ตนผู้ดูแล เข้าไปทำกินได้ และเก็บผลประโยชน์จากชาวบ้าน 7 ราย รายละ 10- 15ไร่ ที่มาขอเช่าทำไร่ในราคาไร่ละ 300 บาท ต่อปีเป็นค่าตอบแทนส่วนเจ้าหน้าที่จะขอคืนพื้นที่ก็จะได้แจ้งให้เจ้าของได้ทราบต่อไปนายณัฐชนน คนสูง หัวหน้าป้องกันรักษาป่า น.น.10 (สะเนียน) กล่าวว่า วันนี้พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบเพื่อยึดพื่นที่ป่าบริเวณป่าหลังหมู่ บ้านห้วยส้มป่อย ทางทิศเหนือ ท้องที่บ้านห้วยส้มป่อย หมู่ 2 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน นอกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 2 แปลงคืน เพื่อเป็นป่าชุมชน ส่วนพื้นที่ที่ชาวบ้านได้เข้ามาเช่าที่ทำกินก็ไม่ได้ห้าม ได้ประสาน นายจำเนียร ฯ ผู้ดูแลให้แจ้งกับเจ้าของที่ให้นำหลักฐานการครอบครองที่ดินมาแสดง ถ้าหากเป็นที่ถูกต้องตามกฏหมาย ก็จะคืนให้ ส่วนทีตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด ทั่ง 2 แปลง หากตรวจสอบแล้วเป็นที่ดินที่ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.นอกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 2484 ก็จะต้องถูกดำเนินคดีนายสุกันต์ นิรันรัตน์ กำนัน ต.ผาสิงห์กล่าวว่า บริเวณป่า บ้านห้วยส้มป่อย หมู่ 2 ต.ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน ยังเป็นป่าทีสมบูรณ์มาก ปรากฏว่ามีผู้บุกรุกที่เป็นนายทุน และบุคคลในเครื่องแบบ เข้ามาจับจองปักหลักวางแนวเขตในพื้นที่ป่า ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งไม้หวงห้าม ประดู่ มะค่า ชิงชัน ต้นสัก อายุ ตั้งแต่ 50 กว่า 100 ปี ขึ้นหนาแน่น จะต้องให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร กกล.รส.จทบ.น.น. กอ.รมน.น.น. เข้ามาสำรวจตรวจสอบโดยด่วนก่อนที่จะสายไป เหมือนป่าขุนสมุน พื้นที่ ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน ที่ถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย