เนชั่นทีวี

ข่าว

สปก.ประเมินความเสียหายย้อนหลัง สนามแข่งรถโบนันซ่า

22 เม.ย. 2558 | wanchat

สปก.ประเมินความเสียหายย้อนหลัง สนามแข่งรถโบนันซ่า

ส.ป.ก.นครราชสีมา เร่งประเมินค่าเสียหายจากการใช้ประโยชน์ย้อนหลังสนามแข่งรถโบนันซ่า ส่วนโครงการมูนแดนซ์ก็เข้าข่ายความผิดเดียวกัน

ความคืบหน้ากรณีการบุกยึดสนามแข่งรถโบนันซ่าสปีดเวย์ โดยวันนี้นายชำนาญ กลิ่นจันทน์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ส.ป.ก.เตรียมประเมินความเสียหายในที่ดินเฉพาะส่วนของส.ป.ก.57 ไร่ ที่ถูกสนามแข่งรถโบนันซ่าบุกรุกซึ่งต้องมาพิสูจน์กันว่าสนามแข่งรถมีการก่อสร้างมาตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหรือหลังที่ ส.ป.ก.ได้รับการถ่ายโอนที่ดินมาจากกรมป่าไม้ ตั้งแต่ปี 2536 แต่โดยหลักการก็คือ การปรับพื้นที่สนามแข่งรถให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม โดยการคิดค่าเสียหายอาจจะคิดตามราคาประเมินที่ดินมีการใช้ประโยชน์มานานกี่ปี แต่ละปีผู้ครอบครองได้ประโยชน์จากตรงนี้เท่าไหร่ต้องมีการคำนวณอย่างละเอียดอีกครั้งด้าน พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานด้านกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบโครงการมูนแดนซ์ ซึ่งมีบ้านพักพิธีกรชื่อดังที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 8 ไร่ด้วยว่า ที่ดินดังกล่าวมีการจัดสรรเนื้อที่จำนวน 284 ไร่ จำนวน 115 แปลงแบ่งขายให้กับลูกค้าแล้ว โดยพบว่าโครงการตั้งอยู่ริมถนนธนะรัชต์ ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทุกแปลงมีเอกสารสิทธิ นส.3ก ที่มีการเดินสำรวจออกเอกสารเมื่อปี 2519 แต่สภาพที่ดินอยู่ในสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จากนั้นถัดมาในปี 2532 กรมป่าไม้ได้จัดสรรให้ ส.ป.ก. เพื่อนำไปจัดสรรให้แก่เกษตรกรส่งเสริมการทำการเกษตร แต่ทาง ส.ป.ก.ยังไม่ได้ดำเนินการจัดสรรให้เกษตรกร ต่อมาในปี 2535 พบว่ามีการนำที่ดินทั้งหมดชิงออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินแล้วนำมาทำโครงการจัดสรร และพิธีกรชื่อดังได้ซื้อที่ดิน 8 ไร่ จากโครงการนำมาสร้างบ้านพัก ทั้งนี้ ตามกฎหมายที่ดินแล้วการชิงออกโฉนดที่ดินเป็นการออกโดยมิชอบ
เนื่องจากการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ น.ส.3ก มาเป็นโฉนดที่ดินสามารถกระทำได้แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อยกเว้น คือผู้ครอบครองจะต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นมาตั้งแต่ดั้งเดิมก่อนวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2497 หากไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่ดั้งเดิมถือว่าเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบหรือออกโดยไม่มีที่มาที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นกรณีของบ้านพักพิธีกรดัง ถือว่าผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่า สภาพที่ดิน 8 ไร่ ที่ตั้งบ้านพักของพิธีกรดัง มีการเปลี่ยนแปลงสภาพลำรางห้วยฟ้าผ้าซึ่งเป็นทางน้ำสาธารณะที่ไหลผ่านพื้นที่โครงการ มีการสร้างแนวปิดกั้นทางน้ำทำเป็นแก้มลิง ทำให้น้ำด้านท้ายของลำห้วยไหลผ่านไม่ได้ เป็นความผิดชัดเจนที่สุดแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนโฉนดที่ดิน โดยทางที่ดินจังหวัด ป่าไม้ และ ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักที่จะเข้ามาดำเนินการเอาผิดกับผู้ครอบครอง ลักษณะคล้ายๆ กับกรณีสนามแข่งรถโบนันซ่า พ.อ.สมหมายฯ กล่าว.

ข่าวล่าสุด