รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา บอกถึงกรณีสหภาพยุโรป(อียู) ออกประกาศให้ใบเหลืองสินค้าประมงไทยอย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้านี้อียู พิจารณาว่าสินค้าประมงไทยเข้าข่ายการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม(ไอยูยู) ตามหลักเกณฑ์ของอียู
การออกใบเหลืองอย่างเป็นทางการของอียูในครั้งนี้ จะยังไม่มีผลทันทีต่อการส่งออกสินค้าประมงไทยไปตลาดอียู ซึ่งมีปริมาณเฉลี่ยปีละ 2 แสนตัน มูลค่าเฉลี่ยปีละประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพราะอียู จะให้เวลาประเทศไทยปรับปรุงกฎหมาย และมาตรการต่างๆ ในการควบคุมการทำการประมง เป็นระยะเวลา 6 เดือน
ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ เร่งเดินหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาไอยูยู โดยมี 6 มาตรการที่ไทยกำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง ประกอบด้วย 1.การจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง 2.การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง 3.การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ (วีเอ็มเอส) 4.การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ 5.ปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง และ 6. จัดทำแผนระดับชาติในการป้องกันสินค้าไอยูยู
สำหรับข้อมูลการส่งออกสินค้าประมงไทยไปอียูโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ระบุว่า ในปี 57 ไทยส่งออกสินค้าทะเลไปอียูปริมาณ 148,995 ตัน มูลค่า 26,292 ล้านบาท ในปี 56 ส่งออกปริมาณ 176,939 ตัน มูลค่า 31,072 ล้านบาท และปี 55 ส่งออกปริมาณ 189,904 ตัน มูลค่า 33,782 ล้านบาท
ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บอกการประกาศเตือนครั้งนี้ยังไม่มีผลต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยไปอียู แต่กระทรวงการต่างประเทศขอแจ้งว่าไทยรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจออกประกาศเตือนดังกล่าว
ซึ่งสะท้อนว่าอียูมิได้ตระหนักถึงความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมของไทยในการแก้ปัญหา รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับอียูในการต่อต้านการประมงไอยูยูที่มีมายาวนาน พร้อมกับเรียกร้องให้อียูพิจารณาการดำเนินการของไทยในเชิงเทคนิคตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่มีความโปร่งใสและเที่ยงตรงอย่างไม่เลือกปฏิบัติและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่แท้จริงในไทย