นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า กรณีเกิดเหตุคาร์บอมบ์ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.58 ที่ผ่านมานั้น ในส่วนของทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ล่าสุดได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยสูงสุดในสถานที่สำคัญ เช่น ศาลากลางจังหวัด สำนักงานศาลจังหวัด สำนักงานศาลภาค 8 และสถานท่องเที่ยวที่สำคัญ เกาะสมุย เกาะพะงัน เขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลาน และห้างสรรพสินค้าต่างๆ และในย่านแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะงานฟูลมูลปาร์ตี้ที่จะมาถึงนี้ ในวันเสาร์ ที่ 2 พ.ค.58 นี้ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินับหมื่นคนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว และยอมรับว่ากล้องวงจรปิดยังน้อยมาก
ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือภาคเอกชนเร่งติดตั้งกล้องวงปิดเพิ่มขึ้นอีกในแหล่งที่ล่อแหลม และเจ้าหน้าที่รัฐต้องคุมเข้มท่าเรือเข้าออกทุกจุด ตลอดจนบุคคลต้องสงสัย ชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่จะต้องช่วยกันดูแล เพราะฟูลมูนปาร์ตี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้น ๆของโลกทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล
นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์บนเกาะสมุย ทำให้หลายฝ่ายมีความตื่นตัวมาก โดยเฉพาะมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและประชาชน โดยทางเทศบาลได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบเกาะและจุดเสี่ยงในพื้นที่แล้วกว่า 300 จุด แต่ยังไม่เพียงพอ จึงได้ของบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งที่ผ่านทางจังหวัดและผ่านทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตั้งเพิ่มอีกหากเป็นไปได้ในอนาคต ถ้ารวมกล้องวงจรปิดของภาครัฐกับเอกชนที่อยู่ในเกาะสมุยได้ประมาณ 3,000 ตัวเชื่อว่าเกาะสมุยปลอดภัยอย่างแน่นอน โดยที่มีอยู่ตอนนี้ทั้งของเทศบาลกับเอกชนมีอยู่ประมาณ 1,000 กว่าตัว ที่ยังขาดอยู่คือ ตามซอกซอยต่างๆ รวมทั้งแหล่งชุมชนบางจุดยังไม่มีกล้องวงจรปิด
ส่วนการดูแลท่าเทียบเรือ และสนามบิน จะเชิญผู้ประกอบการบริษัทเรือโดยสารข้ามฟาก สนามบินสมุย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมถึงการจัดระบบตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะที่เข้าออกเกาะสมุยให้รัดกุมมากขึ้น ส่วนมาตรการระยะยาวจะมีการตรวจสอบประวัติประชากรแฝงกว่า 2 แสนคน ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยใน อ.เกาะสมุย ขณะที่ประชากรในพื้นที่จริงมีประมาณ 6 หมื่นคน ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางหมุนเวียนเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ ประมาณวันละ 3,000 คน