กทม.หนุนคสช.ใช้มาตรา 44 "จัดระเบียบร้านเหล้า"

กทม.หนุนคสช.ใช้มาตรา 44 เชื่อจัดระเบียบร้านเหล้าง่ายขึ้น เล็งดึงทหารลงพื้นที่สุ่มตรวจ เผย รอบ ม.หอการค้าถูกร้องเรียนมากสุด
ข่าว
นายพีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกทม. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งรัดให้สำนักอนามัยจัดทำแผนปฏิบัติการ ตามโครงการตรวจสถานประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยเฉพาะร้านบริเวณรอบสถานศึกษา ตามมาตรการสถานศึกษาปลอดแอลกอฮอล์ โดยผลสำรวจพบว่ามีสถานประกอบการร้านเหล้าทั้งที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีใบอนุญาต รวมประมาณ 10,000 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด จะเป็นบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษา ซึ่งกทม.ได้จัดทีมสุ่มตรวจและทำความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการร้านเหล้า ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เพื่อลดสภาวะเสี่ยงและป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นายพีระพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ภายหลังที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศใช้อำนาจมาตรา44 เชื่อว่าจะทำให้แผนการปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่กทม.จะปฏิบัติการร่วมกับภาคีเครือข่ายกว่า 10 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมสรรพสามิต เพื่อลงพื้นที่สุ่มตรวจเป็นประจำ ปีละ 3 ครั้ง แต่หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานทหารเข้ามาตรวจร่วมเพื่อการจัดระเบียบสังคม ก็จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น แต่ยอมรับว่าการดำเนินคดีเอาผิดร้านเหล้าที่ผิดกฎหมายทำไม่ง่าย เพราะบางกรณีเจ้าของอาคาร คนเซ้งอาคาร และเจ้าของร้านเหล้า เป็นคนละคนกัน ทำให้การทำงานอาจล่าช้า นอกจากนี้บางร้านก็มีผู้มีอิทธิพลหนุนอยู่ จึงทำให้ยากต่อการทำงานเช่นกัน ปัญหาบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นพื้นที่ที่มีการร้องเรียนอย่างมาก เพราะจากข้อมูลพบว่ามีสถานบันเทิงจำหน่ายเหล้ากว่า 100 ราย นอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณด้านล่างของหอพักให้เช่า เปิดเป็นร้านนั่งดื่มสุราจำนวนไม่น้อย ซึ่งถือว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.อาคารฯ อย่างไรก็ตาม กทม.โดยสำนักอนามัย ตั้งเป้าตามแผนลดสถานบันเทิงที่กระทำผิดกฎหมายให้ลดน้อยลง 30 เปอร์เซนต์ ในระยะเวลาที่เร็วที่สุดรองปลัดกทม. กล่าว