ทุกวันจันทร์ ถึงศุกร์ ภรภัทร ปิติโชตินันท์ พนักงาน ของบริษัทแห่งหนึ่ง วัย 45 ปีคนนี้ จะต้องมาถึงที่ทำงาน 9 โมงเช้า ตารางงานที่แน่เอี้ยดทำให้บางครั้งเสาร์ อาทิตย์ก็จะต้องเข้ามาทำงานด้วย
แม้จะรู้สึกสนุกกับงาน แต่อายุที่มากขึ้นก็ทำให้เธอนึกถึงความมั่นคงของชีวิตยามชรา ในขณะที่เธอเองก็ยังไม่ได้แต่งงานเธอว่าการออมเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับอนาคต
ในอนาคตเราจะได้เห็นคนแบบภรภัทรมากขึ้น ข้อมูลประชากรศาสตร์ สำรวจพบสัดส่วนการครองโสดถาวรของประชากรชายและหญิงอายุ 50 ปีขึ้นพบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งยังมีสัดส่วนการครองโสดของประชากรหญิงมีมากกว่าประชากรชายด้วย
นักวิชาการ อธิบายว่าสาเหตุการครองโสดถาวรของประชากร มาจากความไม่สมดุลของอัตราส่วนเพศที่จำนวนผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย การมีสถานภาพที่สูงขึ้นของผู้หญิงในสังคม และรสนิยมทางเพศที่หลากหลาย
สำหรับภรภัทรซึ่งเป็นแรงงานในระบบ บอกว่าเงินเดือนที่ได้รับจะถูกหัก 5% เข้าประกันสังคม และอีก 2000 บาทเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ นอกจากนี้ยังทำประกันชีวิต และซื้อกรมธรรม์ไว้จำนวนหนึ่ง เธอว่านี่ก็เป็นหลักประกันทางการเงินที่เพียงพอแล้ว เมื่อตัวเองต้องเกษียรออกจากงาน
แต่แรงงานนอกระบบ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อการชราภาพใดๆ จะมีระบบอะไรบ้าง ที่ทำให้พวกเขามีโอกาสเก็บออม คำตอบคือ พรบ.กองทุนการออมแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ปี พศ.2554 แต่พึ่งจะมีมติครม.ให้ตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
โดยที่ รัฐบาลจะออกเงินสมทบช่วยเหลือให้อีกส่วนหนึ่ง โดยมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
อายุ 15 แต่ไม่เกิน 30 ปี เพิ่มให้ 50% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 600 บาท ต่อ ปีอายุ 30 แต่ไม่เกิน 50 ปี เพิ่มให้ 80% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 960 บาท ต่อ ปีและ อายุ 50 แต่ไม่เกิน 60 ปี เพิ่มให้ 100% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 1,200 บาท ต่อ ปี
คนที่เป็นสมาชิกกองทุนนี้ ต้องไม่ได้รับสวัสดิการด้านการออมอื่นๆจากนายจ้าง และจะต้องออมอย่างน้อยเดือนละ 100 บาท
กองทุนการออมแห่งชาตินี้ จะครอบคลุมแรงงานนอกระบบทั้ง 25 ล้านคน หรือ คิดเป็น 64% ของแรงงานทั้งหมด คำนวนแล้วรัฐต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ประมาณ 22,000 ล้านบาท ต่อปี นักวิชาการเห็นว่า รัฐอาจไม่มีเงินอุดหนุนกองทุนเงินออมนี้ เพียงพอ