ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ห้องที่เกิดเหตุอยู่ชั้นที่ 2 ซึ่งแบ่งกั่นเป็นห้องพักจำนวน 2 ห้อง ห้องทางด้านซ้ายเป็นห้องของนายเกียรติศักดิ์ กิตเสนาะ อายุ 41 ปี หัวหน้าคนงานรับเหมาทำโครงหลังคาที่พักอยู่กับลูกเมียรวม 3 คน ถูกคนร้ายใช้ของแข็งงัดกลอนสายยูที่ล๊อกกุญแจเอาไว้ได้รับความเสียหายแต่เปิดเข้าไปไม่ได้ คนร้ายจึงได้ใช้ของแข็งทุบฝาผนังห้องที่กั่นด้วยไม่อัด ก่อนมุดเข้าไปลักทรัพย์ เป็นทีวี จอ LCD ขนาด 42 นิ้วไป 1 เครื่อง และคนรายยังได้งัดกระปุกออมสิน ที่มีเงินเหรียญอยู่ภายในประมาณพันกว่าบาทไป ส่วนห้องที่สองอยู่ขวามือเป็นห้องของคนงานซึ่งพักอาศัยอยู่กับภรรยาเพียง 2 คน ได้ถูกคนร้ายพังประตูเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องจนข้าวของกระจัดกระจายแต่ยังไม่ทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรหายไปบ้างเนื่องจากขณะเกิดเหตุเจ้าของห้องทั้งสองเดินทางกลับต่างจังหวัด
จากการสอบถามนายนำพล น้อยอุดม อายุ 41 ปี ผู้รับเหมาได้ให้การว่า ตึกดังกล่าวเป็นที่พักคนงานที่ทำงานรับเหมาทำโครงหลังคา ซึ่งปกติพักกันอยู่จำนวน 6 คน ห้องชั้น 2 มี นายเกียรติศักดิ์ กิตเสนาะ อายุ 41 ปี พักอยู่กับลูกเมียรวม 3 คน ซึ่งนายเกียรติศักดิ์เป็นหัวหน้างาน ก่อนเกิดเหตุคนงานทั้งสองห้องได้ลากลับบ้านที่ต่างจังหวัด โดยได้ฝากห้องพักไว้กับ นายสัยรอย อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นคนงานชาวพม่า ที่พักอยู่ที่ชั้นที่ 3 อาคารเดียวกันเป็นคนดูแล และเมื่อช่วงบ่ายได้มีคนมาบอกตนว่านายสัยรอย ได้นำเงินเหรียญไปแลกเป็นเงินธนบัตร ที่ร้านค้าหน้าปากซอย จำนวนกว่า 1 พันบาทตนก็ไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อช่วงกลางดึกได้มีคนบอกว่าเห็นนายสัยรอน ได้เหมารถแท็กซี่สีชมพูไม่ทราบทะเบียน มาจอดหน้าตึกก่อนจะอุ้มทีวี ลงมาและได้ขึ้นรถแท็กซี่ไป ตนเองจึงรีบเปิดประตูขึ้นไปดูพบห้อง 2 ห้องถูกงัดและรื้อค้น เอาทรัพย์สินไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนเอาไว้สบโอกาสที่เจ้าของห้องไม่อยู่งัดและพังประตูและผนังห้องเข้าไปลักทรัพย์ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุแบบใจเย็น ซึ่งจะได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว